ข้างมีชีวิตชีวาหล่อนหันไปมองชายหนุ่มด้านข้าง ส่งสัญญาณบอกให้มันดึงเชือกกริ่งซ้ำชายปริศนามีอายุราวยี่สิบ ลักษณะดวงตาคล้ายคลึงหญิงชรามากท่ามกลางอากาศค่อนข้างเย็น บุรุษคนดังกล่าวสวมเสื้อคลุมกระดุมสองแถวสีดำสนิท หมวกทรงกึ่งสูง และเนกไทหูกระต่ายเป็นชุดทางการเต็มพิกัดประหนึ่งเตรียมตัวไปร่วมงานเลี้ยง
ขนาดใหญ่ บ่งบอกชัดเจนว่ามีนิสัยจริงจัง ไม่ผ่อนคลายตัวเองแม้แต่น้องต้องขอบคุณนิมิตจากตัวตลก ไคลน์เปิดประตูออกไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกล่าวทักทายผู้มาเยือนทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนกริ่งบ้านจะถูกสั่นเสียงดังซ้ำสอง“อรุณสวัสดิ์ครับ มาดาม มิสเตอร์ ช่างเป็นอากาศแจ่มใสอะไรเช่นนี้ อย่างน้อยก็ในสายตาของผม ผู้เพิ่งยลโฉมดวงอาทิตย์ของวันนี้ได้เพียงห้านาที”มันกล่าวชมสภาพอากาศให้เลยเถิดไปจากความจริงเล็กน้อย บทสนทนาประเภทนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับวัฒนธรรมเบ็คลันด์มานานกว่าร้อยปี“นั่นสินะ ดวงอาทิตย์เอาแต่ขี้อายและหลบหลังเมฆหมอกสีดำบนท้องฟั้า ไม่ยอมออกมาทำงานของตัวเองสักที”หญิงชราผงกศีรษะเห็นด้วยชายหนุ่มด้านข้างเธอเปิดปากซักถามทันที่“คุณคือนักสืบเชอร์ล็อก·โมเรียตี้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือ จริงสิ เชิญเข้ามาด้านในก่อน นั่งคุยกันคงสะดวกกว่า”ไคลน์หลีกทางให้ พร้อมกับชี้นิ้วไปทางโซฟาภายในห้องรับแขก“ไม่จำเป็น ดิฉันไม่ต้องการเสียเวลาไปมากกว่านี้ โบรดี้ผู้นำส่งสาร มันกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากพวกเราทุกว