กกลับไป
หากมีหนทางช่วยเหลือได้ สำนักคงช่วยไปแล้ว
ต่อให้มีหนทาง ราคาของมันก็มิน่าเป็นสิ่งที่สำนักจ่ายไหว
ทั้งสองมายังเมืองเซียนที่ตีนเขา
สารพัดอาคารละล่องในเมฆาเซียนกลางสุญตา ศาลาละล่องขายโอสถ โถงตระหง่านงามตระการ พาหนะสัตว์เทพหลากหลายสัญจรไปมา
เพื่อดึงดูดลูกค้า ร้านรวงมากมายจึงตกแต่งด้วยสีสันสดสวยงดงามอลังการ
ในหมู่อาคารเหล่านี้ มีหนึ่งหอตั้งตระหง่านสีแดงชาดจัดจ้าน มิอาจทราบว่าทำจากไม้อะไร แม้จะอยู่ห่างออกไปยังได้กลิ่นโอสถหอมสดชื่นลอยมาตามลม
หอสีแดงนี้ก็คือหอเลิศโอสถอันลือนาม หนึ่งยักษ์ใหญ่ซึ่งมีสาขากระจายทั่วหมื่นแดนดินภพเซียน
หากหาซื้อโอสถที่ต้องการมิได้ในหอเลิศโอสถ ก็แทบไร้ที่ใดในโลกนี้มีมันขาย
เจียงผิงอันและเหมียวเสียเพิ่งเข้าไปในหอเลิศโอสถ ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งก็ปราดมาตรงหน้าเหมียวเสียเฉียบพลัน
ดวงตาขนาดเท่าเมล็ดถั่วของก้อนเนื้อนั้นมองเหมียวเสียอย่างคลั่งไคล้ “พี่หญิงนางเซียน ขอข้าแนะนำตัวเองหน่อยนะ ข้าชื่อว่าพั่งซู ยินดีที่ได้พบ”
เมื่อเห็นคนผู้นี้ เจียงผิงอันก็หน้าง ้า
ก้อนเนื้อนี่แหละที่หลอกเงินเขาไปสองแสนห้าผลึกเซียน