มีทางเลือกนอกจากฆ่าทิ้ง สิ่งนี้ส่งผลให้เบาะแสเกี่ยวกับลาเนวุสถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์ พวกมันจึงค้นพบร่องรอยของหายนะครั้งใหญ่ได้ช้าลง”…“ไคลน์บังเอิญพบเมกูสในสโมสรพยากรณ์ แต่สัมผัสวิญญาณได้ยับยั้งการใช้เนตรวิญญาณตรวจสอบ ส่งผลให้มันไม่พบความผิดปรกติบนร่างกายเธอ เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผล เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นส่งเดช ไคลน์พยายามค้นหาปล่องไฟสีแดงอย่างสุดความสามารถ แต่โชคไม่ดีนัก มันเลือกเส้นทางตรวจสอบผิดทุกครั้ง คงใช้เวลาอีกราวสาม
เดือนข้างหน้า กว่าไคลน์จะพบปล่องไฟแดงของจริงในการค้นหาครั้งสุดท้าย”…บรรทัดแล้วบรรทัดเล่าถูกขีดฆ่าหากบรรทัดใดไม่ถูกขีด จะขึ้นไปรวมกับข้อความด้านบนจนเกิดเป็นบทละครเรื่องยาว“ปัญหาความจำเสื่อมของดันน์บรรเทาลงจากเดิมมากจนน่าตกใจ สาเหตุเพราะมันเริ่มเชี่ยวชาญเทคนิคสวมบทบาทแล้วผู้สอนไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นไคลน์·โมเร็ตติซึ่งบังเอิญได้แรงบันดาลใจจากดาลีย์·ซิโมเน่ และหลักปฏิบัติผู้ส่องความลับของนีลล์ อินซ์·แซงวิลล์ไม่อยากจะเชื่อ แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปลี่ยนแผนการเล็กน้อย ปัจจัยภายนอกถูกเสริมเข้ามาในเรื่องราว อะซิกตัดสินใจออกจากทิงเก็นและเดินทางไปยังเบ็คลันด์เพื่อตามหาความทรงจำ หลังจากนั้นไม่นาน ไคลน์ได้พบเบาะแสจากยูเก็นในโรงพยาบาลจิตเวช”
“เพื่อให้มั่นใจว่าพรรคอนุรักษนิยมและพรรคหัวก้าวหน้าของเมืองทิงเก็นเป็นศัตรูกันอย่างรุนแรง ประกอบกับมาดามเชอรอนต้องการระบ