าหัวแม่มือ ลอยอยู่เหนือศพล่อนจ้อนของตัวตลกสวมสูทฟรายอธิบายไว้ว่า หลังจากผู้วิเศษเสียชีวิตจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับศพเสมอ‘สิ่งนั้นคือตะกอนพลัง?’ดันน์เล่าต่อด้วยนัยน์ตาเทาเข้ม“แต่ก็ยังแตกต่างอยู่หนึ่งจุด การตายของผู้คลุ้มคลั่งจะหลงเหลือเป็น ‘วัตถุดิบหลัก’ ของโอสถ แต่ความตายของผู้วิเศษทั่วไปจะหลงเหลือตะกอนพลังซึ่งมีสรรพคุณเทียบเท่า‘โอสถ’ ทุกประการ เป็นโอสถเส้นทางและลำดับล่าสุดของผู้วิเศษคนดังกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สามารถนำไปใช้เลื่อนลำดับพลังได้เลยโดยไม่ต้องปรุง”‘เทียบเท่าโอสถ? เทียบเท่าโอสถ!’ไคลน์หรี่ตาลงเมื่อเริ่มมองเห็นเค้าลางของความจริงตรงหน้ามโนภาพดำมืดในหัวคล้ายถูกส่องด้วยแสงสว่างเจิดจ้า
มันหายคาใจในหลายสิ่งพร้อมกัน ตัวอย่างเช่นประเด็น ต่อให้สัตว์วิเศษบางชนิดสูญพันธุ์ไป แต่เส้นทางผู้วิเศษก็จะไม่ถูกตัดขาด‘นอกจากจะใช้สัตว์วิเศษชนิดอื่นทดแทนได้แล้ว ยังสามารถเลื่อนลำดับโดยใช้ตะกอนพลังจากซากศพผู้วิเศษได้โดยตรง! และยังเป็นสาเหตุว่าทำไม โบสถ์หลักถึงจัดหาโอสถสำเร็จรูปให้กับผู้วิเศษขั้นสูงทุกคนโดยไม่มอบสูตรผลิต เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ใช่โอสถ แต่เป็นตะกอนพลังจากผู้วิเศษที่เสียชีวิต!’‘อีกเหตุผลคงเป็น หากผู้วิเศษเหล่านั้นตายจะไม่ได้ถูกเส้นทางแกะรอยหรือสื่อวิญญาณ ล้วงความลับขโมยสูตรผลิตโอสถสำคัญไป’สมองไคลน์กำลังประมวลผลด่วนจี๋ดันน์ชำเลืองทางห้องรับแขกเล็กน้อยก่อนจะอธิบายต่อด้วยเสียงทุ้มต่ำ