ริ้วแสงระยิบระยับสาดส่องท่วมท้นรอบร่างวิญญาณไคลน์ขณะเดียวกัน เสียงพึมพำของผู้คนนับพันหวนกลับมาอีกหน แต่ชายหนุ่มไม่ได้ถูกสิ่งเหล่านี้คุกคาม พลังตัวตลกช่วยให้มันทราบว่า กายาของตนถูกปั้องไว้ด้วยแสงออร่าสีดำละมุนจากเทพธิดาบนไม้กางเขนเหนือแท่นบูชาน่าขยะแขยง มีร่างใครบางคนกำลังถูกแขวนในสภาพห้อยศีรษะลงเปรี้ยะ!พายุแสงซึ่งเป็นตัวแทนห้วงความคิดยูเก็นเริ่มสลายตัวจนมิอาจรักษารูปทรงไว้ได้ เพียงไม่นาน ท้องทะเลจิตปันปั่วนเริ่มพังครืนไคลน์ตระหนักว่าตนสามารถบินได้เร็วกว่าความเร็วสูงสุดเมื่อคราวทดสอบ คงเป็นเพราะดวงวิญญาณถูกยกระดับหลังจากได้รับเศษเสี้ยวจากพลังมิติสายหมอกเทาส่งเสริมในวินาทีเงาดำจากไม้กางเขนใหญ่ใกล้กลืนกินร่างไคลน์โดยสมบูรณ์ กายจิตชายหนุ่มพุ่งแหวกอากาศหลุดพ้นจาก ‘โลก’
ปริศนาได้ทันท่วงที่ ร่างกายสามารถตระหนักถึงสัมผัสทั้งหกบนโลกจริงอีกครั้งมันประสบความรู้สึก ‘ดำดิ่ง’ อันคุ้นเคย เพียงไม่นานใบหน้าเรียวยาวแต่ซูบผอมของยูเก็นได้ปรากฏในขอบเขตสายตา รวมถึงเทียนไขสามเล่มซึ่งกำลังลุกโชนบนวงกบหน้าต่าง…รอดตัวหวุดหวิด!ในวินาทีดังกล่าว ไคลน์เริ่มสังเกตเห็นเกล็ดสีดำผุดขึ้นบนผิวหนังใบหน้ายูเก็น แววตาเหม่อลอยของอีกฝั่ายแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดคล้ายสัตว์ร้าย…เชี่ยแล้ว!…หมอนี่กำลังจะคลุ้มคลั่ง!นัยน์ตาไคลน์พลันหดเกร็ง แต่ยังไม่ทันได้กระทำสิ่งใด มุมสายตาเหลือบเห็นร่างบุรุษผู้หนึ่งในเสื้อกันลมสีดำยาวถึงเข่