อัลเจอร์ไม่ได้มองเป็นเรื่องแปลก เหล่าเทพไม่มีทางเผยความลับให้มนุษย์โดยง่ายอยู่แล้วด้านเดอร์ริคก็เต็มใจเล่าให้ฟังโดยไม่หวังสิ่งแลกเปลี่ยนเนื่องจากเด็กหนุ่มปรารถนาความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ฟูลระยะยาว ในการพัฒนาตัวมันให้แข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว เพื่อขจัดคำสาปของเมืองเงินพิสุทธิ์หลังจากบทสนทนาจิปาถะจบลง ไคลน์ประกาศสิ้นสุดชุมนุมพลางจ้องมองร่างแฮงแมน จัสติสและเดอะซันเลือนหายไปต่อหน้ามันกวาดสายตามองรอบตัวและพบทะเลหมอกสีเทาไร้ขอบเขต ประปรายด้วยดาวแดงเข้มระยิบระยับราวกับพวกมันสถิตภายในนี้ตลอดกาล
อย่างไรก็ตาม หลังจากกลายเป็นผู้วิเศษลำดับ 8 ตัวตลกมันตระหนักว่าตนสามารถอัญเชิญสมาชิกร่วมชุมนุมเพิ่มได้…อย่างน้อยก็สองคนไคลน์ผงกศีรษะมันไม่รีบร้อนรับสมาชิกใหม่เพิ่ม จะทำเหมือนเดิมคือตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนดึงเข้ามายังมิติสายหมอก หากจัสติสหรือแฮงแมนแนะนำใคร มันต้องเฝั้าสังเกตจนมั่นใจค่อยดำเนินการ…เหมือนกับเดอะซันพูดถึงเดอะซัน ไคลน์จำได้ว่าในช่วงแรก เด็กหนุ่มคนนั้นภาวนาผ่านบอลคริสตัลสีใส แต่หลังจากดึงเข้าร่วมมิติสายหมอก บอลลูกดังกล่าวกลับหายไปหรือว่า เงื่อนไขการดึงเข้ามิติสายหมอกคือ อีกฝั่ายต้องมีสมบัติวิเศษอยู่ใกล้ตัวในขณะนั้น
หรือดาวแดงแต่ละดวงบนมิติสายหมอกหมายถึงสมบัติวิเศษแต่ละชิ้นบนโลกมนุษย์? และเมื่อการเชื่อมต่อสมบูรณ์พวกมันจะถูกส่งกลับคืนมิติสายหมอก?ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จัสติสกับแฮงแมนเองก็มีสมบัติวิเศ