ไคลน์ไม่รีบร้อนขจัดกำแพงวิญญาณหลังจากกลับสู่โลกปรกติ มันหยิบเทียนไขไม้จันทน์ออกมาวางกึ่งกลางโต๊ะอ่านหนังสืออย่างชำนาญถัดมา ชายหนุ่มทำตามขั้นตอนพิธีกรรมอย่างละเอียด เริ่มด้วยการจุดเทียนไขโดยใช้พลังวิญญาณเสียดสี จากนั้นก็โปรยสารสกัดและผงสมุนไพรซึ่งเป็นตัวแทนของความโชคดีและลึกลับสายตาแลเห็นเปลวเทียนเหลืองนวลสลับแสงวูบวาบระหว่างอ่อนและเข้ม กลิ่นสันติสุขและความกลมกลืนเริ่มฟุั้งกระจายทั่วกำแพงวิญญาณไคลน์ถอยหลังสองก้าว มันจ้องมองเทียนไขบนโต๊ะอ่านหนังสือพลางตะโกนด้วยภาษาคนยักษ์“ตัวข้า”เว้นวรรคชั่วครู่และเปลี่ยนมาใช้เฮอร์มิส
“ขออัญเชิญผู้มีนามดังนี้ เดอะฟูลจากต่างยุคสมัยผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสายหมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ”ทันใดนั้น เปลวเทียนวูบวาบได้ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวนจนก่อตัวเป็นวังวนมายา สูบพลังวิญญาณของไคลน์เข้าไปอย่างบ้าคลั่งหลังจากท่องคาถาจบ วังวนมายาพลันสงบลงและเริ่มหดตัวลักษณะคล้ายกับวังวนสายหมอกสีเทาขนาดเท่าฝั่ามือเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ไคลน์รีบขยับเท้าสี่ก้าวทวนเข็มนาฬิกาโดยไม่ลังเล ส่งตัวเองขึ้นไปบนมิติหมอกและตามคาด ชายหนุ่มพบระลอกคลื่นกระเพื่อมด้านหลังเก้าอี้ตำแหน่งประธานชุมนุมไพ่ทาโรต์ ภาพสัญลักษณ์หนึ่งปรากฏอย่างเด่นชัดบนพนักพิงเก้าอี้…เนตรไร้นัยน์ตาและเกลียวเส้นคล้ายกับดีเอ็นเอของมนุษย์
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเต็มปอด พยายามสงบจิตใจด้วยการเข้าฌาน ท่อนแขนเอื้อมเหยียดสัมผัส