ช่วงต้นเดือนกันยายน สภาพอากาศในเมืองทิงเก็นเริ่มแปรเปลี่ยนจากความชุ่มฉ่ำเป็นหนาวเหน็บ แต่แสงแดดยามบ่ายยังคงอบอุ่นและผ่อนคลายเช่นเคยชายหนุ่มพุ่งตัวผ่านกำแพงวิญญาณและมุขหน้าต่างออกไปนอกตัวบ้าน ขณะลอยกลางอากาศ ไคลน์ก้มหน้ามองชาวเมืองกำลังสัญจรไปมาสองข้างฝังถนนดารารัตน์ รวมถึงรถม้าแล่นผ่านกึ่งกลางถนนทันใดนั้น บุรุษผู้หนึ่งในชุดคนงานสีเทาพลันแหงนหน้าขึ้นมองชายหนุ่มออกอาการลนลานทันที่ สิ่งแรกในหัวคือการหาจุดกำบัง แต่รอบตัวกลับไม่มีอะไรแบบนั้นเลยเมื่อไร้ซึ่งหนทาง ไคลน์ไม่มีทางเลือกนอกจากวกกลับเข้าไปในตัวบ้าน มุมสายตายังคงชำเลืองบุรุษเสื้อเทาข้างล่างชายคนดังกล่าวยืนมองเลยมุขหน้าต่างบ้านไคลน์ขึ้นไปด้านบน เมื่อหันศีรษะตาม ชายหนุ่มได้พบนกกระจอกกำลังบินหนี
ในเมืองทิงเก็น นกชนิดนี้ถูกพบเป็นปรกติ…ฟูั่ว…ลืมเสียสนิท ว่าคนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นกายวิญญาณของเราได้ไคลน์ผ่อนลมหายใจโล่งอก มันยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่สักที่เมื่อความมั่นใจเริ่มกลับมา ชายหนุ่มร่อนต่ำลงไปบนถนนซึ่งค่อนข้างกว้าง มันบินโฉบเฉี่ยวเหนือศีรษะผู้คนไปมาอย่างมีความสุขหลังจากเข้าใกล้มนุษย์ ไคลน์พบว่าการมองเห็นของตนคล้ายกับเนตรวิญญาณ ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งานในร่างนี้ แต่ดูเหมือนระยะแสดงผลจะสั้นลงกว่าปรกติเล็กน้อยเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากจะมองเห็นสีออร่าสุขภาพและอารมณ์ ไคลน์ยังสัมผัสถึงดวงวิญญาณของมนุษย์ชัดเจนลักษณะค่อนข้างพร่ามัว มา