นพยายามประจบประแจงซูซี่ด้วยการวิ่งเป็นวงกลมรอบตัว“ฉันไม่เคยเห็นสุนัขแสดงอากัปกิริยาได้เหมือนมนุษย์ขนาดนี้มาก่อน โกลเดนรีทรีเวอร์ของมิสออเดรย์ต้องรังเกียจสุนัขสีดำตัวนี้มากแน่”ซิลถอนหายใจเธอสามารถบอกได้ทันที่ จากสายตาแสนเหยียดหยันและดูแคลนของซูซี่ สุนัขขนฟูไม่ปรากฏความรู้สึกอื่นนอกจากรังเกียจเสียเต็มประดาฟอร์สอมยิ้ม
“เหมือนกับพวกเราตอนกำลังเผชิญหน้าพวกผู้ชายแมงดาน่าขยะแขยงสินะ”เมื่อเห็นซูซี่พยายามเร่งความเร็วเพื่อหนีการไล่ตามจากสุนัขสีดำ ซิลตัดสินใจสวมบทบาท ‘ผู้ผดุงคุณธรรม’“ฉันขอสั่งให้แกเลิกติดตามเธอเดี๋ยวนี้!”ซิลตะโกนพลางสวมสีหน้าเคร่งขรึมทันใดนั้น สุนัขดำพลันชะงักงัน จากนั้นก็วิ่งหางจุกก้นลับสายตาไปซูซี่ถอนหายใจแผ่วเบา เธอส่งเสียงเห่าในลำคอพร้อมกับส่ายกระดิกหางรุนแรง…เกือบหลุดพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ แล้วเชียวสุนัขขนทองรำพันด้วยความโล่งใจนั่นคงเป็นสถานการณ์กระอักกระอ่วนพึลึก…
เสียงดนตรีบรรเลงภายในห้องพลันเงียบสงัดเมื่อออเดรย์อ่านจดหมายจากฟอร์สและซิลจบ เด็กสาวขมวดคิ้วชนกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเธอเอื้อมมือปิดฝาเปียโนพลางยืนขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างามจากนั้นก็เดินกระสับกระส่ายภายในห้องเปียโนพร้อมกับขบคิดหาทางออก…คีลิงเกอร์อันตรายเกินไป หากฟอร์สและซิลยังไม่หยุดการแกะรอย บางทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งนั่นอาจทำให้ตัวตนของเธอถูกสาวมาถึงด้วยเช่นกันคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำแนะนำของทั้งสองไปก