้รับใช้วายุซึ่งมาพร้อมสมบัติวิเศษ ส่วนฝังพวกเธอเป็นเพียงลำดับ 9 สุดกระจอกสองคน!ไม่มีความแตกต่างใดเห็นชัดไปกว่านี้แล้ว…ภายในบ้านฝังตรงข้ามดัคโฮล์ม บุรุษวัยสามสิบผู้มีคางใหญ่พิเศษและดวงตาเขียวเข้มกำลังยืนจ้องมองจากทางหน้าต่างสายตาสำรวจซิลและฟอร์สซึ่งเดินเข้าไปในบ้านดัคโฮล์มอย่างสนอกสนใจไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพลเรือโทแห่งวายุคีลิงเกอร์
ถุงมือสีดำในมือซ้ายกำลังยุบพองคล้ายกับมีชีวิตและความนึกคิด แผ่นเกล็ดสีทองหม่นเริ่มปรากฏบนผิวถุงมือคีลิงเกอร์เผยสีหน้าชั่วร้ายพร้อมกับรอยยิ้มสุดเจ้าเล่ห์นัยน์ตาเขียวเข้มแปรเปลี่ยนเป็นสีทองซีดอย่างรวดเร็วบรรยากาศรอบตัวพลันเย็นชาเหนือคำบรรยาย…เมื่อฟอร์สตะหนักถึงภัยอันตราย เธอรีบพาซิลไปยังอีกฝังของบ้านเพื่อหลีกให้ห่างจากถนนประตูหน้าขณะเดียวกัน ฟันสีขาวมุกพลันกระทบกันจนเกิดเสียง‘กรอด’ ก่อนตัดสินใจเผยกำไลเงินซึ่งซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อข้างซ้ายรอบกำไลเงินวงนี้มีหินหยาบสีเขียวแก่ประดับอยู่สามเม็ดส่วนจุดอื่นปรากฏรอยไหม้จนผิวขรุขระไม่สม่ำเสมอฟอร์สดึงหินออกมาหนึ่งก้อนพร้อมกับเปล่งเสียงเป็นภาษาเฮอร์มิส“ประตู!”
ขณะหินแผ่แสงสีฟั้าอ่อนเจือจาง ฟอร์สรีบกอดซิลไว้แน่นขนัดทันใดนั้น ร่างกายสองสาวเริ่มเข้าสู่ภาวะล่องหนเกือบสมบูรณ์แบบแต่ภาพการมองเห็นรอบตัวพวกเธอกลับไม่ใช่โลกมนุษย์มันยากเกินพรรณนา เต็มไปด้วยวัตถุมายาหลากสีซึ่งไม่สามารถพบเห็นได้จากไหน สีสันเข้มข้นกว่าโลกปรกติหลายเท่า