บายของเหยี่ยวราตรีคือ ต้องเก็บวัตถุหลงเหลือจากผู้คลุ้มคลั่งให้ห่างไกลจากเพื่อนร่วมทีมเก่า เพื่อจะได้ไม่เกิดการนึกถึงภายหลังจนสภาพจิตใจอ่อนไหว”“สมเหตุสมผล” ไคลน์ผงกศีรษะหนักแน่นทันใดนั้น มันฉุกคิดได้ว่าหัวหน้าของตนตกหล่นบางประเด็นจึงรีบซักถามอย่างสงสัย“แล้วถ้าผู้วิเศษทั่วไปเสียชีวิตโดยไม่ได้คลุ้มคลั่งล่ะครับ?”ดันน์จ้องมองไคลน์ด้วยนัยน์ตาเทาลุ่มลึกประหนึ่งค่ำคืนฟั้าสงบ ก่อนจะถอนหายใจเบาและอธิบาย“…คุณคงไม่อยากรู้แน่”
ชายหนุ่มพลันผงะ …ทันใดนั้นพลันตระหนักถึงความเป็นไปได้หนึ่งโดยทั่วไปแล้ว วัตถุดิบวิเศษสำหรับปรุงโอสถจะมาจากสัตว์วิเศษ …ส่วนผู้คลุ้มคลั่งจะหลงเหลือวัตถุดิบอาละวาดซึ่งจะกลายเป็นสมบัติวิเศษในภายหลัง…เช่นนั้นแล้ว วัตถุดิบจากผู้วิเศษปรกติซึ่งไม่ได้คลุ้มคลั่งคงไม่ได้ถูกนำไปปรุงเป็นส่วนผสมโอสถเหมือนกับสัตว์วิเศษหรอกใช่ไหม?เมื่อผุดความคิดเหล่านี้ ไคลน์พลันคลื่นไส้เหนือคำบรรยายจนแทบอาเจียน มันไม่สามารถนั่งเหยียดตัวตรง แม้กระทั่งสายตาก็เริ่มพร่ามัว…น่ารังเกียจเกินไปแล้ว! แต่ทฤษฎีนี้กลับสมเหตุสมผลและมีความเป็นไปได้สูงสุด!เมื่อตระหนักถึงความเน่าเฟะของโลกผู้วิเศษ ไคลน์เริ่มเข้าใจความหมายของวลี
‘เพื่อจะต่อสู้กับนรก อันดับแรกต้องอดทนการกัดกร่อนจากนรกให้ได้’รวมถึง‘พวกเราคือผู้พิทักษ์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งมีชีวิตน่าสงสาร ต้องคอยรับมือภัยคุกคามและความบ้าคลั่งของโลกตลอดเวลา’หรือนี่จะเป็นห