ไคลน์พยักหน้า“ได้ครับ” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดมันก้มหน้าหลับตาเพ่งสมาธิเพื่อขจัดความรู้สึกด้านลบทุกชนิดในหัวสมองเครสไทน์ไม่กล่าวสิ่งใด เพียงหยิบนาฬิกาพกสีเงินออกจากกระเปั๋าเสื้อและเปิดฝาสายตาชำเลืองเข็มวินาทีอย่างตั้งใจ…
ครบสามนาที่ เครสไทน์ปิดนาฬิกาและพูด“ผมจะเริ่มขับขาน”ขับขาน…? ไคลน์พลันสับสนโดยไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มซักถาม อาวุโสใหญ่แห่งโบสถ์รัตติกาลเริ่มฮัมเพลงด้วยท่วงทำนองสุดไพเราะทว่ายิ่งบทเพลงดำเนินไป ความสอดคล้องและสุนทรีย์ก็ยิ่งลดน้อยลงทุกขณะ จนกระทั่งถึงจุดผิดปรกติแคว่ก! แกร๊ก! อี๊ด~! วี้ด~!ไคลน์ได้ยินเสียงคล้ายคนใช้เล็บขูดกระดานดำ เสียงโฟมกันกระแทกถูกันไปมา เสียงสว่านไฟฟั้าเจาะกำแพง รวมถึงเสียงน่ารำคาญอีกมากมายซึ่งบรรยายไม่ถูกพวกมันทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกลมหายใจ คล้ายกับต้องการให้ไคลน์สติแตกและโมโหร้ายอย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มเคยชินกับเสียงเพรียกแสบหูขณะส่งตัวเองขึ้นมิติสายหมอกนับครั้งไม่ถ้วน ของแบบนี้จึงไม่สามารถสร้างอันตรายใดได้
โทสะถูกระงับได้ด้วยการเพ่งสมาธิทั่วไปกระนั้นเพื่อความสมจริง ไคลน์แสร้งปันหน้าหงุดหงิดกระสับกระส่าย และตึงเครียดตามความเหมาะสมเป็นระยะหากสมบูรณ์แบบเกินไปคงไม่ใช่เรื่องดี…จนกระทั่ง ไคลน์ไม่ทราบว่าเครสไทน์หยุดฮัมเพลงตอนไหนแต่บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบเฉกเช่นปรกติอีกหนไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าความเงียบ… มันรำพัน“ยอดเยี่ยมจนน่าทึ่ง… ห้วงจิตใจของคุณปราศ