“พวกเราคือผู้พิทักษ์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งมีชีวิตน่าสงสาร ต้องคอยรับมือภัยคุกคามและความบ้าคลั่งของโลกตลอดเวลา”คำพูดดันน์ดังก้องทั่วบ้านนีลล์ คลื่นเสียงพุ่งสะท้อนผนังเพดาน รวมถึงภายในจิตใจและวิญญาณของไคลน์มันไม่เคยเข้าถึงประโยคดังกล่าวอย่างแท้จริงมาก่อนในชีวิต…จนกระทั่งเมื่อครู่ชายหนุ่มรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า ตนจะไม่มีทางลืมประโยคดังกล่าว ถึงแม้จะเดินทางกลับโลกเก่าแล้วก็ตามดันน์ในท่าคุกเข่าหนึ่งข้างทำการหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกจากกระเปั๋าเสื้อกันลม จากนั้นก็ใช้มันห่อคลุมดวงตาคริสตัลสีแดงหนึ่งคู่บนพื้นอย่างระมัดระวังดวงตาดังกล่าวเผยอารมณ์ความเจ็บปวดในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตชายชรา
ในเวลาเดียวกัน ไคลน์เพิ่งตระหนักว่าเปียโนหลังใหญ่ใจกลางบ้านได้หยุดบรรเลงไปสักพักแล้วทันใดนั้น เงาลางสีขาวโปร่งแสงปรากฏตัวล่องลอยกลางอากาศนี่มัน…ไคลน์เปิดเนตรวิญญาณค้างตั้งไว้แต่ก่อนเข้าบ้าน มันพลันชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้าตนไม่ได้ตระหนักถึง ‘วิญญาณ’ ลึกลับจนกระทั่งเมื่อครู่เป็นเพราะตัวมันถูกลุงนีลล์ใช้พลังเบี่ยงเบนความสนใจ หรือเป็นเพราะพลังของร่างสัตว์ประหลาดคลุ้มคลั่งกันแน่เมื่อเห็นร่างสีขาวเลือนหาย ไคลน์เริ่มเข้าใจเหตุการณ์และความเป็นไปขึ้นเล็กน้อยขณะชายหนุ่มยืนระงับความเจ็บปวดตามลำพัง เสียงคำสั่งของหัวหน้าดังแว่วจากด้านข้างลำตัว“ช่วยกันค้นหาเบาะแสเพิ่มเติมภายในบ้านลุงนีลล์อย่างระมัดระวัง”
“ครับ”เมื่อสิ้นเส