หลังจากจัดการทุกสิ่งเรียบร้อย ไคลน์เดินลงมายังชั้นใต้ดินจุดหมายปลายทางคือห้องผู้คุมหน้าประตูยานิสด้านใน รอยัลกำลังเก็บข้าวของเตรียมกลับ ขณะเธอสางผมพลางจัดระเบียบร่างกาย ชายคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาเปลี่ยนเวรพอดีหลังจากพยักหน้าทักทายกันตามมารยาท ไคลน์อมยิ้มพลางกล่าว“ผมดูดซึมพลังโอสถตัวเองเสร็จสมบูรณ์แล้ว และได้อธิบายประสบการณ์ให้ฟรายกับคนอื่นฟัง คุณสามารถสอบถามจากพวกเขา”รอยัลผู้มีใบหน้าเย็นชาแทบตลอดเวลา เธอเผยให้เห็นอาการตกตะลึงชั่วขณะ ริมฝีปากสั่นระริกแผ่วเบา ก่อนจะพยักหน้า“เข้าใจแล้ว”
มาดาม ผมหวังว่าคุณจะรักษามาดใจเย็นแบบนี้ได้ตลอด…เพราะห้องนันทนาการด้านบนเต็มไปด้วยกลุ่มคนแตกตื่นร้อนวิชา การไต่ถามอะไรไปตอนนี้ เกรงว่าจะพบเพียงความเอะอะวุ่นวายไคลน์อมยิ้มพลางเดินไปหยุดยืนหลังโต๊ะทำงาน กระปั๋องดีบุกสีเงินถูกหยิบออกมาเปิดอย่างชำนาญกาแฟเฟอร์โม่กลิ่นโปรดของดันน์สมิทหลังจากชงกาแฟร้อนหอมกรุ่นให้ตัวเองเสร็จ ไคลน์นั่งลงบนเก้าอี้และปล่อยให้ความคิดลอยเตลิดขอให้ภารกิจของมิสเตอร์อะซิกลุล่วงและไม่เหลือเบาะแสทิ้งไว้ แต่จะเหลือไว้สักเล็กน้อยก็ไม่คงไม่เป็นไร เพราะในฐานะนักแกะรอยเพียงคนเดียวของเหยี่ยวราตรี ตนสามารถแสร้งทำเป็นไม่เห็นเบาะแสดังกล่าวหืม…ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันถูกเก็บไว้ตรงไหนภายในประตูยานิสกันนะ
ในเมื่อไม่ใช่สมบัติวิเศษมีชีวิต คงเบียดเสียดรวมกับสมบัติชนิดอื่นกระมังแต่เมื่อลองนึกดูให้ดี ตนไ