ระหว่างทางเดินกลับหมู่บ้าน เสียงร้องจากแมลงดังสลับกับนกฮูกเป็นพักๆอะซิกมองตรงไปด้านหน้าพร้อมกับตอบคำถามไคลน์“ถึงจะยังไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมเริ่มสัมผัสถึงเค้าลางของเหตุการณ์บ้างแล้ว”มันเว้นวรรคหนึ่งลมหายใจ“บางที…ผมอาจเป็นตัวตนเก่าแก่ มีชีวิตอยู่บนโลกมานานหลายพันปี”มิสเตอร์อะซิก คุณยังกล้าใช้คำว่า ‘บางที’ อีกหรือ…ไคลน์รำพันติดตลก แต่ไม่ได้กล่าวออกไปต่อหน้า“ความเงียบงันและอ้างว้างมักทำให้จิตใจมนุษย์อ่อนแอลงเสมอ…ตัวผมในอดีตคงสละบางสิ่งเพื่อแลกกับการมีอายุยืนยาว จากความทรงจำปัจจุบัน ผมอยู่บนโลกมาอย่างน้อยปลายยุคสมัยสี่ ประหนึ่งดวงวิญญาณเร่ร่อน…ไม่มีหลักแหล่ง”
เสียงอะซิกลุ่มลึก คล้ายพยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านในใจ“แต่ผมกลับจำอดีตแทบไม่ได้ หลงลืมผู้คนไปมากมายแม้เคยสาบานว่าจะไม่มีวันลืมพวกเขาเหล่านั้นชั่วชีวิต”ไคลน์ใช้ไม้ค้ำเขี่ยวัชพืชตรงหน้าพลางอธิบายความคิดของตัวเอง“มิสเตอร์อะซิก ผมมีทฤษฎีเกี่ยวกับความทรงจำของคุณ”“ทฤษฎี?” อะซิกหันมอง“อาการความจำเสื่อมของคุณอาจมีวัฏจักรแบบตายตัวเช่นทุกหลายสิบปี และเมื่อครบกำหนด คุณจะถึงเวลา‘ตาย’ พร้อมกับสูญเสียความทรงจำ จากนั้นจะตื่นขึ้นจากการหลับใหลและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทฤษฎีนี้สามารถอธิบายได้ด้วยว่า เหตุใดคุณถึงฝันหลายเรื่องราวซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย”ไคลน์อธิบาย
อะซิกเริ่มเดินช้าลง คล้ายกับความมืดมิดคอยรัดพันแขนขาไว้ให้ขยับได้ไม่สะดวกมั