พร้อมกับโค้งตัวไปด้านหน้าอย่างนอบน้อม
“นั่นก็คงไม่ได้อีก คืนนี้ฉันไม่มีทางฝันดีแน่ ต้องรีบแจ้นกลับเบ็คลันด์โดยไม่ให้ใครทราบว่าหนีออกมา ความรู้สึกพะอืดพะอมประหนึ่งใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลน่ารังเกียจ”เสียงดาลี่ย์แผ่วเบาในตอนสุดท้าย ใบหน้าโปร่งแสงเริ่มเลือนหายเข้าไปในกำแพงบ้าน ไม่เหลือร่องรอยใดทิ้งไว้ตะเกียงแก๊สสีเขียวเข้มกลับเป็นสีเหลืองนวลตามปรกติบรรยากาศอึดอัดก่อนหน้าพลันสลายไปราวกับเป็นเรื่องโกหกไคลน์เปิดเนตรวิญญาณทิ้งไว้ตั้งแต่ต้น สายตาต้องมองความเปลี่ยนแปลงรอบตัวด้วยสีหน้าสุดทึ่ง จิตใจเหม่อลอยอยู่พักใหญ่ ก่อนสติจะกลับสู่โลกความจริงในอีกหลายวินาทีให้หลังผู้สื่อวิญญาณ ไม่สิ ผู้นำทางวิญญาณมาดามดาลี่ย์มีพลังน่าทึ่งมาก สามารถครอบครองวิญญาณและเปลี่ยนให้เป็นผู้ส่งสารส่วนตัวได้ด้วยไคลน์ได้แต่นึกสงสัยว่า ลำดับเจ็ดและหกของตนจะมีพลังในลักษณะใดกัน
ชายหนุ่มรำพันกับตัวเองสักพัก ก่อนจะทำลายกำแพงวิญญาณและปิดตะเกียงแก๊สภายในห้องเตรียมหลับนอนสังขารถูกทิ้งลงบนเตียงท่ามกลางความมืดมิดมันเปลี่ยนแผน ตัดสินใจยังไม่ขึ้นไปบนมิติสายหมอกค่ำคืนนี้ เพราะกลัวดาลี่ย์จะหยิบยืมคำพูดยอดฮิตของดันน์มาใช้‘จริงสิ ฉันลืมบอกไป’หากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น ตนคงไม่มีพลังมากพอจะปิดปากหล่อนแน่…วันถัดมา ไคลน์ไปถึงสำนักงานบริษัทหนามทมิฬก่อนเวลาสามนาที่“อรุณสวัสดิ์ไคลน์ พนักงานใหม่ฝั่ายพลเรือนมาถึงแล้ว!”โรแซนทักทายพร้อมกับฉีกยิ้มกว้