บกมือลา แยกย้ายกลับเข้าห้องนอนส่วนตัวแต่ละคนไคลน์ปิดประตูห้องนอนแน่นหนามันเดินไปยืนหน้าเก้าอี้อ่านหนังสืออย่างเหม่อลอย สายตาจ้องมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกมุขหน้าต่างด้วยความช่วยเหลือจากแสงตะเกียงแก๊สถนนดารารัตน์ยามค่ำคืนมีบรรยากาศค่อนข้างมืด แซมด้วยแสงไฟจากตะเกียงถนนประปรายท้องฟั้ามีจุดสีขาวพร่ามัวจำนวนมาก สื่อถึงดวงดาวห่างไกลออกไป“เมืองเบ็คลันด์จะมีสภาพแวดล้อมเป็นแบบไหนกันนะถึงถูกเรียกขานว่าดินแดนแห่งความหวัง หรือแม้กระทั่งเมืองหลวงแห่งเมืองหลวง…”
ไคลน์พึมพำ ฝั่ามือสองข้างยื่นออกไปด้านหน้าเตรียมรูดม่านปิดสนิทฟั้าว!ทันใดนั้น สายลมกระโชกแฝงความรู้สึกอึดอัดพัดกระแทกร่างไคลน์โดยไม่บอกกล่าว แสงตะเกียงภายในห้องพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มไคลน์ผงะถอยหลังสองสามก้าวตามสัญชาตญาณ ฟันกรามซ้ายถูกกระทบสองหนเพื่อเปิดเนตรวิญญาณจากจิตใต้สำนึกชายหนุ่มโน้มตัวติดเตียงพร้อมกับเอื้อมมือซ้ายไปยังใต้หมอน เตรียมหยิบปืนลูกโม่กระบอกเก่งออกมาถือหางตาไคลน์ชำเลืองเห็นใบหน้าปริศนา ลักษณะโปร่งแสงนูนยื่นออกจากผนังเหนือโต๊ะอ่านหนังสือใบหน้าดังกล่าวไม่มีดวงตาและจมูก ปรากฏเพียงริมฝีปากขนาดใหญ่“อย่ายิง” ปากปริศนาขยับส่งเสียงพูดได้ด้วยหรือ…
ไคลน์รีบยกลูกโม่ในมือขึ้นเล็ง“ต้องการอะไร” ชายหนุ่มถามเยือกเย็นใบหน้าลึกลับพลันฉีกยิ้มอบอุ่น“ฉันเอง ดาลี่ย์”ดาลี่ย์? ผู้สื่อวิญญาณดาลี่ย์?ไม่ใช่ว่าเธอถูกส่งตัวไปยังมุขมณฑลเขตเบ็คลันด์ห