“ตรงนั้นมีอันตราย…”ไคลน์กล่าวด้วยสีหน้าขึงขังพลางชี้นิ้วไปยังบันไดที่คั่นห้องโถงและห้องทานอาหารในอดีต ชายหนุ่มเคยอ่านเอกสารลับของเหยี่ยวราตรีในหัวข้อ : เหตุใดพลังวิญญาณของผู้วิเศษจึงเกิดการปันปั่วนฉับพลันเอกสารอธิบายไว้ดังนี้ สาเหตุที่พลังวิญญาณของผู้วิเศษปันปั่วนฉับพลัน โดยมากแล้วจะมาจากการสัมผัสถึงสิ่งชั่วร้ายในปริมาณเข้มข้นจากทิศทางดังกล่าวหากไม่มั่นใจว่าพลังวิญญาณของตนเหนือกว่า อย่าได้ย่างกรายเข้าใกล้เด็ดขาด ในบางกรณี เพียงจ้องมองก็มากพอจะทำให้เกิดหายนะร้ายแรงกับตัวดันน์มองตามนิ้วไคลน์ ในฐานะหัวหน้าเหยี่ยวราตรี ตัวมันย่อมมีสัมผัสวิญญาณรุนแรงกว่าใคร ดันน์พลันตระหนักถึงออร่าความชั่วร้ายปริมาณเข้มข้น
มันหันมาพูดกับไคลน์“คุณช่วยทำนายว่า พวกเราจะปลอดภัยหลังจากตรวจสอบเจ้าสิ่งนั้นหรือไม่”หัวหน้าไม่ได้บอกให้ตนทำนายก่อนจะเดินเข้าปราสาทหมายความว่าเขามั่นใจพลังของตัวเองพอสมควรและนั่นยังหมายถึง สิ่งอัปมงคลตรงบันไดมีความชั่วร้ายรุนแรงกว่าวิญญาณอาฆาตสวมเกราะหลายเท่าไคลน์เงียบงัน มันเก็บปืนเข้าซองรักแร้พร้อมกับรบกวนให้ฟรายช่วยถือไม้ค้ำชายหนุ่มปลดสร้อยเงินจากข้อมือซ้ายและทิ้งจี้บุษราคัมลงตามแรงโน้มถ่วง รอจนกระทั่งหยุดนิ่งค่อยเริ่มเปล่งประโยคทำนาย“การสำรวจห้องลับภายในปราสาทโบราณจะประสบผลสำเร็จ การสำรวจห้องลับภายในปราสาทโบราณจะประสบผลสำเร็จ”…
หลังจากครบเจ็ดครั้ง ชายหนุ่มลืมตาขึ้นด้วยสีนัยน์ตาท