ยากาศชวนสะอิดสะเอียนและเย็นยะเยือกเริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความสดชื่นและอบอุ่นของธรรมชาติจากภูเขา“ไคลน์ลงไปกับผม ส่วนฟรายคอยเฝั้าไม่ให้สิ่งใดปิดกลไกประตูจากด้านนอก”ดันน์ออกคำสั่งอย่างชำนาญ“ครับ!”ไคลน์รับคำ มันเดินตามหัวหน้าลงไปโดยไม่แสดงอาการประหม่า ส่วนฟรายไม่ขานตอบ คอยเฝั้ายามด้านบนอย่างระมัดระวังดันน์·สมิทเดินนำลงไปในความมืดมิด เสียงฝีเท้าแต่ละก้าวดังกังวานทั่วมันไม่ต้องพึ่งพาแสงสว่าง สำหรับผู้วิเศษเส้นทางผู้ไร้หลับความมืดมิดหาใช่อุปสรรค หากแต่เป็นคำอวยพรจากเทพธิดา
ภาพการมองเห็นของพวกมันกระจ่างใสไม่ต่างจากกลางวันแสก อาจดีกว่าด้วยซ้ำแต่หลังจากเดินไปได้สองสามก้าว ดันน์รีบหันกลับมาพูดกับไคลน์ด้วยสีหน้าสำนึกผิด“ลืมไปเลยว่าคุณมองไม่เห็นในความมืด ผมเคยชินกับการไม่พกอุปกรณ์ส่องแสง”“…หัวหน้าไม่ต้องห่วงผม เนตรวิญญาณของผู้ทำนายมีประสิทธิภาพดีกว่าที่คิด”ไคลน์อธิบายอย่างใจเย็น มันตระหนักว่าตัวเองไม่รู้สึกประหม่าแม้แต่น้อยในสถานการณ์จริง หัวหน้าสุดเจ๋งของตนมอบความอุ่นใจให้บุคคลรอบข้างได้มากขนาดนี้เชียวหรือด้วยเนตรวิญญาณ ภาพการมองเห็นของไคลน์หาได้มืดสนิทแต่ก็ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร คล้ายกับมองโลกผ่านฟิล์มสีเทา ช่วยให้มองเห็นเค้าลางขั้นบันไดได้บ้าง
สีออร่าของดันน์บ่งบอกว่าสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แถมยังมีอารมณ์สงบนิ่ง สมกับที่เป็นหัวหน้าทีมผู้วิเศษ..ขณะสำรวจบุคคลเบื้องหน้า ไคลน์บรรจงย่างเท้าลงบันไดอย่