สเวย์นกำลังยืนสงบนิ่งหน้าซากศพสัตว์ประหลาดสีเขียวเป็นเวลานาน ไคลน์จ้องมองด้วยห้วงอารมณ์เจ็บแปลบ ก่อนจะหันไปสำรวจทูตพิพากษาด้านข้างซึ่งกำลังพยุงพวกร่างบาดเจ็บสาหัสของพวกพ้องอย่างทุลักทุเลภาพเบื้องหน้าสลดหดหู่เหนือพรรณนาไม่มีทางที่ประชาชนจะทราบถึงคุณงามความดีของเหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา และจิตแห่งจักรกลได้เลยทุกการกระทำไม่เคยถูกเปิดเผย ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญอันตรายและความเจ็บปวดแสนสาหัสมากกว่าใครเสมอเพื่อร่วมทีมอาจกลายเป็นศัตรูในสักวัน…ไคลน์ถอนหายใจเงียบงัน มันตระหนักถึงภาระอันหนักอึ้งที่เหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา และจิตแห่งจักรกลต้องแบกรับขณะเดียวกัน เฒ่านีลล์พ่นลมหายใจ“ไปกันเถอะ อย่ารบกวนพวกเขาเลย”“ครับ”
ไคลน์ก้มหยิบไม้ค้ำ สายตาชำเลืองมองลุงนีลล์ยังคงใช้มือขวาจับแขนซ้ายตัวเองไว้แน่นชายหนุ่มถามเป็นกังวล“คุณบาดเจ็บหรือ?”นีลล์ยิ้มแห้ง“ถูกเศษไม้ทิ่มนิดหน่อย ถ้าฉันยังหนุ่มแน่น ของแบบนี้ไม่มีทางได้แอ้มแน่ แต่อย่าห่วงเลย ไม่ใช่แผลใหญ่โตอะไร”ชายชราเลื่อนมือขวาออก เผยให้เห็นรอยแผลขนาดเล็กบนหลังมือซ้าย“มิสเตอร์นีลล์ คุณสุขุมอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะอยู่ห่างจากเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นไม่ถึงสองเมตร…กล้าใช้ยันต์ใส่มันได้ยังไง?”หรือแม้กระทั่งจังหวะที่สัตว์ประหลาดไล่โจมตีไคลน์ นีลล์ก็ยังคอยคุมเชิงไม่ห่างชายชราอมยิ้มเมื่อถูกชม
“ฉันเป็นเหยี่ยวราตรีมานานแล้ว เหตุการณ์วันนี้ไม่ติดหนึ่งในสิบความอันตรายด้วยซ้ำ…จะเ