มื่อไคลน์ไปถึงบริษัทหนามทมิฬ โรแซนและมาดามโอเรียนน่าถึงเวลาเลิกงานแล้ว บรรยากาศภายในตึกจึงค่อนข้างอึมครึมดันน์นั่งบนโซฟาภายในห้องรับแขก โคมไฟแก๊สมิได้ถูกจุดหัวหน้าเหยี่ยวราตรีในชุดกันลมสีดำ กำลังกลมกลืนไปกับความมืดสลัว“พบเบาะแสแล้วหรือ?”
ไคลน์ซึ่งกำลังมองหาหัวหน้า พลันสะดุ้งเฮือกหลังจากได้ยินเสียงลุ่มลึกดังจากความมืดมันรีบหันมองทางต้นเสียง ภาพแรกที่เห็นคือแสงจากนัยน์เทาหนึ่งคู่ส่องสว่างท่ามกลางบรรยากาศสลัวยามหัวค่ำ“ใช่ครับ พวกเรา…”ไคลน์เริ่มเล่าตั้งแต่สมมติฐานอันเฉียบแหลมของเลียวนาร์ดเรื่องที่ตนใช้พลังทำนายยืนยัน รวมถึงกระบวนการค้นหาบ้านหลังต้องสงสัยเกี่ยวกับความลับของเลียวนาร์ดและความมั่นใจเกินเหตุไคลน์มองว่าไม่เป็นอันตรายกับเพื่อนร่วมงาน จึงไม่ได้เล่าให้หัวหน้าฟังดันน์ถามแทรกเป็นระยะในจุดที่มันเคลือบแคลง เมื่อบทสนทนาเบื้องต้นจบลง หัวหน้าเหยี่ยวราตรีลุกยืนพร้อมกับเดินไปทางประตูขณะเดินใกล้ถึงบันได ดันน์หันกลับมามองไคลน์และกำชับ
“เกือบลืมบอก ผมคิดว่าคุณควรเตรียมตัวอยู่ที่นี่เผื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น”“ได้ครับ”ไคลน์ผงกศีรษะในวินาทีปัจจุบัน นอกจากโคเฮนรี่ที่เข้าเวรเฝั้าประตูยานิสเหยี่ยวราตรีคนอื่นล้วนออกไปปฏิบัติการด้านนอกทั้งหมดขณะดันน์·สมิทกำลังวิ่งลงบันไดได้สองสามก้าว มันชะงักอีกครั้งและหยิบหมวกขึ้นมาสวม จากนั้นตะโกนเสียงดังเพื่อบอกไคลน์ในห้องรับแขก“เปลี่ยนใจแล้ว ปิดประตูสำนักงานแล