ยกับกำลังเผชิญหน้าองค์เทพที่แท้จริงสมาธิไคลน์ยังคงจดจ่ออยู่กับไดอารี มันอ่านมาถึงส่วนสุดท้ายของหน้ากระดาษ“หลังจากทราบเรื่องที่เราเลือกเส้นทางนักปราชญ์มิสเตอร์ซาราธระบุว่า เรากำลังเดินบนเส้นทางที่ยากแต่ปลอดภัย ด้วยความสงสัย จึงตัดสินใจถามถึงความหมายของประโยคเมื่อครู่ แต่เขาไม่ตอบ ทำเพียงยิ้มและอธิบายคลุมเครือว่า ทุกเส้นทางผู้วิเศษจะมีความลับบางประการซ่อนอยู่ เป็นความลับที่อยู่เหนือจินตนาการมนุษย์ จึงถามกลับไปอีกว่า แล้วเขาเลือกเดินบนเส้นทางผู้วิเศษใด คำตอบคือ…นักทำนาย”
…ขอให้ไปสู่สุคตินะครับ จักรพรรดิโรซายล์ไคลน์อ่านที่เหลือจนจบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดคุยกับแฮงแมนและจัสติส“เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงกล่าวติดตลกว่า นักทำนายคนไหนก็ล้วนน่าหงุดหงิดเหมือนกันหมด ชอบอธิบายความจริงเพียงครึ่ง อีกครึ่งกล่าวให้คลุมเครือจนผู้ฟังต้องตีความเอาเองยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นถึงผู้วิเศษระดับสูง แต่ทำไมชอบทำตัวเหมือนนักทำนายซึ่งเป็นผู้วิเศษลำดับเก้านัก? ยังจำเป็นต้องย่อยพลังโอสถด้วยเทคนิคสวมบทบาทอีกหรือ? มิสเตอร์ซาราธตอบกลับว่า ตัวเขากระทำสิ่งนี้จนเป็นกิจวัตรไปเสียแล้ว การอธิบายให้คลุมเครือครึ่งหนึ่ง จะทำให้เราเกิดความอยากรู้อยากเห็นและร่วมมือกับเขาในที่สุด ชายคนนั้นไม่ปิดบังเจตนาที่ต้องการให้เราได้ครองตำแหน่งใหญ่ในโบสถ์ช่างฝีมือ เพื่อจะได้ช่วยขโมยของวิเศษประจำโบสถ์เป็นการตอบแทนในภายหลังเราไม่มีข้อมูลของวิเศษด