ขึ้น”ชายหนุ่มหาคำแก้ต่างได้ลื่นไหลดุจดังนักต้มตุ๋นเหมือนทุกครั้งเฮ่อ…ถึงจะมีความทรงจำของไคลน์คนก่อนหลงเหลือและตนก็พยายามแสร้งทำนิสัยให้คล้ายคลึงที่สุด แต่เมื่อเริ่มสนิทสนมกับเบ็นสันและเมลิสซ่ามากขึ้น ตนมักเผลอแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมาบ่อยครั้ง
เมลิสซ่ายอมเชื่อในคำอธิบาย เธออมยิ้มในลักษณะที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ“ฉันดีใจที่นายเป็นแบบนี้…ดีใจจริงๆ…”หลังจากสองพี่น้องสนทนาอีกสักพัก พี่ชายคนโต เบ็นสันเดินลงมาจากชั้นสองในสภาพสวมเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กดำ หูกระต่ายดำ กางเกงขายาวสีดำ มาดคล้ายนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลังจากทำงานหนักหลายปีโดยเฉพาะหัวที่เถิกล้านนั่น ยิ่งทำให้มาดของเบ็นสันสมจริงเข้าไปใหญ่ ไคลน์อมยิ้มคิกคักภายในใจ“เหมาะมากเบ็นสัน เข้ากับนายมาก”ชายหนุ่มชมเชย ด้านเมลิสซ่าก็พยักหน้าเห็นด้วย“หมายความว่า ชุดที่สวมมีส่วนสำคัญมากกว่าตัวตนที่แท้จริงของฉัน…”เบ็นสันกล่าวเชิงตำหนิตัวเอง
ไคลน์ถือโอกาสหยิบเครื่องรางที่เหลืออีกหนึ่งชิ้นออกจากกระเปั๋า มันสาธยายแบบเดียวกับที่เคยทำกับเมลิสซ่า ก่อนจะกล่าว“ฉันเองก็ทำให้นายด้วยหนึ่งอัน”“ไม่เลว ฉันจะพกติดตัวไว้”เบ็นสันรับไว้พร้อมกับพูดติดตลก“ไคลน์ มาถึงจุดนี้แล้ว ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้านายตัดผมเป็น ซ่อมเสื้อผ้าเป็น ซ่อมนาฬิกาเป็น และให้อาหารลิงบาบูนขกหยิกเป็น…นายทำได้ทุกอย่างตั้งแต่เมื่อไร?”“เอาน่าชีวิตคนเรามีเรื่องราวให้ประหลาดใจได้เสมอ”หลังจากนั้น สามพี่น้องตร