ัดงาน จากนั้นก็ถูกแนะนำให้รู้จักกับคริส·วู้ด พี่ชายของเซเลน่า และแขกพิเศษอีกหลายคน
เบ็นสันสนทนากับคริสและทนายความหนุ่มคนอื่นอย่างออกรส หัวข้อเป็นเรื่องทั่วไป จำพวกเพื่อนบ้านในละแวกของตน เบ็นสันหยิบยกเรื่องของตระกูลชาเดอร์มาพูดคุยอิจฉาชะมัด…ไคลน์ขาดแคลนทักษะเข้าสังคม ไม่เหมือนเบ็นสันที่ลื่นเป็นปลาไหลชายหนุ่มไม่กล่าวสิ่งใด มันเพียงเดินไปหยิบค็อกเทลจากมุมห้องและกลับมาร่วมวงสนทนาอย่างเงียบงัน หลายครั้งพยักหน้าตามมารยาท และหลายครั้งแสร้งหัวเราะให้กับมุกตลกผ่านไปไม่นาน แขกทุกคนทยอยมาถึงจนครบ งานเลี้ยงสังสรรค์ได้เวลาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีโต๊ะไม่พอสำหรับรองรับแขก งานเลี้ยงจึงมีลักษณะแบบบุฟเฟั่ต์ คือการยืนทาน อาหารหลากหลายชนิดวางเรียงรายบนโต๊ะยาวกลางห้อง มีสาวใช้และบริกรหนุ่มคอยอำนวยความสะดวก ทั้งรินเครื่องดื่ม รวมถึงหั่นเนื้อชิ้นใหญ่ให้บางลง
ไคลน์ส่ายศีรษะหลังจากได้เห็นภาชนะใส่อาหารสุดหรูหราโอ่อ่า มันมองว่า ตระกูลวู้ดใช้เครื่องเรือนเกินฐานะชนชั้นกลางเกินไปสักหน่อยถ้ารวยขนาดนั้นจริง คริสคงไม่ใช้เวลาเก็บเงินแต่งงานนานหลายปี…เมื่อหวนนึกถึงสิ่งที่เมลิสซ่าเคยเล่าให้ฟัง ไคลน์ตั้งสมมติฐานภายในใจใช่แล้ว รายได้ส่วนหนึ่งที่คริสหาได้คงถูกเจียดมาซื้อเครื่องเรือนหรูหราเหล่านี้โดยมีจุดประสงค์สำหรับจัดการต้อนรับแขกนั่นสินะ หน้าตาครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญท่ามกลางความรู้สึกที่หลากหลาย ไคลน์เดินห