“ถ้าต้องการเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเหยี่ยวราตรีที่เต็มตัว ผมต้องทำภารกิจเดี่ยวให้ผ่านเสียก่อน?”ไคลน์ผงะไปพักใหญ่“แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมแทบไม่เห็นเหยี่ยวราตรีมีภารกิจเข้ามาเลย แถมแต่ละงานล้วนอันตรายเกินกว่าจะทำคนเดียว…”แบบนี้ ตนไม่ต้องรอนานนับเดือนเลยหรือ กว่าจะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเต็มตัว?กว่าที่ค่าจ้างจะเพิ่มเป็นหกปอนด์…ลุงนีลล์ใช้จมูกสูดดมกลิ่นกาแฟก่อนชำเลืองหางตามองไคลน์“เป็นกฎที่ตั้งกันเองในหมู่เหยี่ยวราตรี ในฐานะจุดสูงสุดของผู้วิเศษ ไม่มีใครอยากทำงานร่วมกับไอ้ลูกแหง่ที่เอาแต่เกาะคนอื่นหรอกนะ แต่เจ้าไม่ต้องกังวล การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างจะมีผลทันที่ รวมถึงตำแหน่งทางราชการด้วย”
คล้ายกับบททดสอบเพื่อทำให้เหยี่ยวราตรีคนอื่นยอมรับในความสามารถสินะ…ว่าแต่ ทำไมจู่ๆ ลุงนีลล์ถึงพูดเรื่องค่าจ้าง? อ่านใจเราออกหรือไง? หรือว่าท่าทางของเราชัดเจนเกินไป?ไคลน์ใช้มือลูบใบหน้าก่อนจะยิ้มแห้ง“แล้วต้องเป็นภารกิจเกี่ยวข้องกับผู้วิเศษเท่านั้นหรือเปล่าครับ?”“ตามปรกติต้องเป็นเช่นนั้น แต่เจ้าได้แสดงฝีมือน่าทึ่งในการสังหารผู้วิเศษจากองค์กรลับ แถมยังเป็นที่สงสัยกันว่า อีกฝั่ายมีลำดับแปดเป็นอย่างน้อย ด้วยเหตุนี้ ฟราย รอยัล และคนอื่นน่าจะยอมรับในตัวเจ้าแล้ว ฉะนั้น ดันน์อาจมอบภารกิจธรรมดาจากกรมตำรวจให้ทำแทน”เมื่อกล่าวจบ ลุงนีลล์ถอนหายใจ“ค่าแรงจะเพิ่มขึ้นจากเดิมสองเท่า แต่มันจะไม่เพิ่มลักษณะนี้อีกแล้ว