มั่นใจว่าศพไม่ขยับแน่แล้วมันลดปืนลงและเหลือบมองข้อมือขวาที่ถูกฝั่ามือบีบรัดแน่นรอยแดงของห้านิ้วยังคงประทับติดอยู่ เป็นเครื่องยืนยันเหตุการณ์เมื่อครู่ได้ดีในที่สุด สติของชายหนุ่มได้รับความสุขุมกลับมาโดยสมบูรณ์ ถ้อยคำสบถมากมายวนเวียนอยู่ในหัวบัดซบ…เกือบหัวใจวายตายหลังจากถอนหายใจเหนื่อยหอบอยู่ราวสิบวินาที่ ไคลน์พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัวถึงจะไม่เข้าใจสาเหตุที่ศพตัวตลก ‘คืนชีพ’ ชั่วขณะ แต่มีหนึ่งสิ่งที่แน่ชัดคือ…มันพูดคำว่า ‘โฮนาซิส’ ซ้ำๆ“โฮนาซิสอีกแล้ว…”ไคลน์ขมวดคิ้ว
“เนื้อหาในสมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัสได้ระบุไว้ว่าแคว้นรัตติกาลเคยมีตัวตนอยู่บนเทือกเขาโฮนาซิส…ทุกครั้งที่เข้าฌานหรือเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณ เราจะได้ยินเสียงกระซิบโฮนาซิสเสมอ รวมถึงตอนที่ประกอบพิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตาด้วย…หรือคำตอบทั้งหมดจะอยู่บนเทือกเขาโฮนาซิส? แต่เราไม่ควรเอาตัวเข้าไปเสี่ยง บางทีนี่อาจเป็นการเพรียกหาจากเทพนอกรีตสักตน บุคคลชั่วร้ายที่พยายามหลอกล่อให้เหยื่อหลงติดกับและช่วยปลดปล่อยเป็นอิสระ”หลังจากตั้งข้อสรุปกับตัวเอง ไคลน์ตัดสินใจเดินเข้าไปตรวจสอบศพอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ามันไม่ขยับแล้วจริงๆจากนั้น ชายหนุ่มรวบรวมความกล้ายกศพกลับขึ้นไปวางบนโต๊ะชันสูตรในจุดเดิม มันไม่ต้องการให้ฟรายผิดสังเกตตลอดกระบวนการ ไคลน์อยากอาเจียนอยู่หลายหน ความตึงเครียดแม้เพียงนิดเดียวสามารถทำให้ถึงกับสติแตกได้เลยโดยเฉพาะ