่างกายไม่ผ่อนคล้ายแม้แต่น้อย ภาพเหตุการณ์สุดหลอกหลอนคอยตามรบกวนจิตใจ
ไม่ใช่ภาพขณะยิงศีรษะตัวตลกสวมสูท แต่เป็นภาพขณะถูกซากศพบีบข้อมือแน่นขนัดไคลน์เลิกรู้สึกแย่ที่ตนฆ่าคน แต่ศพคืนชีพกลับทำให้จิตใจหวาดผวาหนักกว่าเก่า“ฟรายคงต้องการลบล้างแผลใจที่เราฆ่าคนเป็นครั้งแรกจึงให้เรามีเวลาอยู่กับศพและปลงมัน…วิธีนี้ได้ผล เราเลิกฝังใจเรื่องศพได้แล้ว แต่ดันไปฝังใจกับเรื่องอื่นแทน…”ไคลน์ยิ้มแห้งจิตเริ่มผ่อนคลายลงทีละนิด…ไม่ทราบว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไร แต่มันถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้งด้วยเสียงท้องร้องโครมคราม“หิวชะมัด กินช้างได้ทั้งตัวแน่”ชายหนุ่มพึมพำพลางพยุงตัวนั่งบนเตียง สายตาชำเลืองมองแสงแดดที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง
ไคลน์เปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเก่าสวมสบาย ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างด้วยท่าทางมีความสุขในวินาทีที่กำลังคิดเมนูอาหารเย็น มันได้ยินเสียงใครบางคนเปิดประตูบ้านเมลิสซ่า…มุมปากชายหนุ่มยกขึ้นอย่างพึงพอใจ นับตั้งแต่น้องสาวเดินทางด้วยรถม้า เธอก็ไม่เคยกลับบ้านดึกดื่นอีกเลยเด็กสาวหันมองพี่ชายที่กำลังยืนในครัว เธอกล่าวด้วยเสียงไร้อารมณ์“ไคลน์ มีจดหมายถึงนาย จากอาจารย์”จดหมายจากอาจารย์?นั่นสินะ เราเคยขอร้องให้พวกเขาช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเทือกเขาโฮนาซิส…มาได้จังหวะพอดี