ากับนักลอบสังหารที่ช่ำชอง เกรงว่าคงเป็นการไม่รักชีวิตเกินไปคืนนั้นทั้งคืน ไคลน์นอนหลับไม่เต็มอิ่ม เพราะกลัวว่านักกระตุ้น·ทริสจะลอบเข้าบ้านและก่อคดีสังหารหมู่เมื่อถึงเช้าวันถัดมา โชคดีที่ถนนดารารัตน์ไม่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมใดขึ้นไคลน์ตื่นนอนอย่างโล่งใจ มันรีบเปลี่ยนชุดทำงานและเดินทางไปยังถนนซุตแลนด้วยรถม้าสาธารณะเมื่อถึงที่ทำงาน ชายหนุ่มกล่าวทักทายสาวสวยโรแซนซึ่งประจำห้องรับแขก“อรุณสวัสดิ์ไคลน์”เธอตอบกลับร่าเริง จากนั้นก็หรี่เสียงลงเพื่อกระซิบกระซาบ“ฉันแอบได้ยินมาว่า ปฏิบัติการเมื่อคืนล้มเหลวล่ะ!”
“ปฏิบัติการจับกุมนักกระตุ้น·ทริส?”“ใช่!”โรแซนพยักหน้าหนักแน่น เธอเหลือบมองฉากกั้นและกล่าวต่อ“สายข่าวของหน่วยทูตพิพากษาพบตัวหมอนั่นโดยบังเอิญแถวท่าเรือ… พวกเขาวางแผนเตรียมจับกุมอย่างระมัดระวัง ตำรวจและผู้วิเศษจำนวนมากถูกระดมพลในภารกิจเปั้าหมายของปฏิบัติการคือการลงมืออย่างเงียบเชียบและไม่ทำให้คนธรรมดาแตกตื่น แต่เมื่อเริ่มยุทธการล้อมจับคนร้ายมีสัมผัสเฉียบแหลมกว่าที่คิด ทันทีที่พบสิ่งปรกติ มันพุ่งฝั่าวงล้อมหน่วยผู้วิเศษของทูตพิพากษาออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ!”“ถ้ามีผู้วิเศษสายแกะรอยแบบผมอยู่ คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน”ไคลน์กล่าวติดตลก“ขณะถูกคนร้ายตีฝั่าวงล้อมหนี ที่นั่นมีก็เจ้าหน้าที่สายแกะรอยจำนวนมากอยู่ในเหตุการณ์”
เสียงดันน์·สมิทดังแว่วโรแซนเงยศีรษะด้วยใบหน้าตกตะลึงคล้ายเห็นผี ดันน์·สมิทยังคง