สวมชุดกันลมสีดำตัวเก่ง มันยืนพิงฉากกั้นและใช้นัยน์ตาเทาจ้องมองโรแซนขึงขังสาวผมน้ำตาลรีบยกมือสองข้างปิดปากพร้อมกับส่ายศีรษะหนักแน่นแสร้งไม่รู้ไม่ชี้ผ่านไปหลายวินาที่ ดันน์เบือนหน้ากลับมามองไคลน์และกล่าว“ในที่เกิดเหตุมีผู้วิเศษสายแกะรอยจำนวนทั้งสิ้นหกนายมาจากหน่วยทูตพิพากษา จิตแห่งจักรกล รวมถึงเหยี่ยวราตรีพวกเขาร่วมมือค้นหาแหล่งกบดานทริสที่ได้รับบาดเจ็บ จนพบว่ามันมีบ้านชั่วคราวอยู่ที่ถนนกางเขนเหล็กสายล่าง แต่ร่องรอยกลับสิ้นสุดลงที่จุดดังกล่าว… เมื่อไปถึง พวกเราไม่พบเบาะแสใดเพิ่มเติม ปฏิบัติการค้นหาด้วยวิธีธรรมดาและวิธีผู้วิเศษล้วนไม่เป็นผล ประหนึ่งหมอนั่นระเหยกลายเป็นไอน้ำปะปนกับอากาศ”
“คุณจะให้ผมช่วยทำนายไหม?”ไคลน์ถามหยั่งเชิงดันน์ส่ายศีรษะ“หน่วยจิตแห่งจักรกลมีผู้ส่องความลับที่เก่งกาจไม่แพ้ลุงนีลล์ ผมสงสัยว่าอาจเป็นลำดับแปดด้วยซ้ำ แต่ทางเราไม่ทราบว่าโอสถลำดับแปดของเส้นทางผู้ส่องความลับชื่อว่าอะไรและมีพลังแบบไหน”“ชุมนุมสัมผัสวิญญาณเป็นองค์กรเก่าแก่ พวกมันคงมีลูกไม้สำหรับหลบหนีแพรวพราว”ไคลน์ให้ความเห็น…ตลอดช่วงเช้า ไคลน์เข้าเรียนคาบวิชาเร้นลับกับลุงนีลล์อ่านเอกสารโบราณ และฝึกฝนเทคนิคสำคัญของตนจนเชี่ยวชาญ กระทำซ้ำไปมาเพื่อมิให้เบื่อหน่ายเมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารเที่ยง สมองไคลน์เริ่มเตลิดไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
หลายนาทีถัดมา ชายหนุ่มวางเอกสารโบราณลงเนื่องจากกระเพาะเริ่มส่งเสียงประท้วงทันใดนั้