จันทร์แดงกำลังส่องแสงท่ามกลางท้องฟั้ามืดมิดเหนือทิงเก็น-เมืองแห่งมหาวิทยาลัย บรรยากาศโดยรอบเป็นไปอย่างเงียบงันและสงบสุขไคลน์กำลังยืนข้างโต๊ะอย่างหนังสือ สายตาจ้องมองไปนอกหน้าต่าง ถนนดารารัตน์ยามค่ำคืนนั้นเงียบสงบไร้ผู้คน มีเพียงเสียงรถม้ากรุบกรับเบาๆ วิ่งผ่านไปโดยไม่อึกทึกชายหนุ่มกดปุั่มปิดผานาฬิกาพกใบองุ่นพลางเหลือบมองตรวจสอบเวลา เมื่อยืนยันจนมั่นใจ มันเดินไปรูดม่านปิดมิดชิดทั่วห้องพลันถูกอาบด้วยแสงสีเหลืองจากไฟโคมแก๊สไคลน์หมุนตัวกลับหลังและเดินไปล็อกประตู พร้อมกับเอื้อมมือปิดวาล์วแก๊สทันใดนั้น รอบห้องถูกความมืดสนิทแทนที่ มีเพียงแสงแดดจางๆ เล็ดลอดผ่านช่องว่างม่านหน้าต่างเข้ามาบรรยากาศเบื้องหน้างดงามคล้ายคลึงฉากที่ถูกบรรยายในเทพหนังสือตำนานพื้นบ้าน
ไคลน์หยิบมีดเงินที่เตรียมไว้ ขณะเดียวกันก็สร้างบอลแสงในห้วงจิตเพื่อเข้าฌานชายหนุ่มทำการเพ่งสมาธิอย่างชำนาญซึ่งเกิดจากการฝึกซ้อมเป็นประจำ พลังวิญญาณเริ่มแผ่ออกจากคมมีดเงินจากนั้น ไคลน์เดินวนไปรอบห้องเพื่อสร้างกำแพงวิญญาณปั้องกันสิ่งชั่วร้ายภายนอกและอีกนัยหนึ่งก็เพื่อมิให้พิธีกรรมของตนส่งเสียงรบกวนเบ็นสันและเมลิสซ่าถัดมา มันนำมีดเงินวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินทวนเข็มนาฬิกาลักษณะจัตุรัสและท่องคาถาที่ลอกเลียนจากโลกเก่าเพียงไม่นาน เสียงกระซิบแสบแก้วหูดังขึ้นตามนัดหมายยังคงตามหลอกหลอนไคลน์และคอยสั่นคลอนให้จิตปันปั่วน ในสภาพกึ่งเข้าฌานเช่นนี้ มันตั