ด้วยหมอกทึบหลายชั้นกำลังนั่งบนเก้าอี้ในส่วนลึกสุดของมิติไร้ขอบเขต ด้วยความพร่ามัว ภาพเก้าอี้จึงดูคล้ายกับบัลลังก์ใหญ่
“เรารับรู้”เสียงที่คุ้นเคยดังก้อง อัลเจอร์มีอันต้องผงะ ใบหน้าขาวซีดดุจดังเห็นผี ขมับของมันเริ่มปวดแปลบพลางเต้นตุบๆหลังจากสิ้นเสียงไม่นาน การมองเห็นกลับสู่ปรกติอีกครั้งอัลเจอร์รีบกวาดมองรอบตัวไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง พื้นไม้กระดานยังสะอาดเหมือนใหม่เชิงเทียนผนังเก่าแก่มีสภาพคงเดิมเรารับรู้…เสียงดังกล่าวยังคงตามหลอกหลอนสีหน้าของมันเริ่มดำมืด อัลเจอร์กำหมัดทาบหน้าอกเพื่อสงบจิตใจ แต่มันมิได้กล่าวถ้อยคำเทิดทูนเทพแห่งวายุสลาตันเหมือนทุกที่หลังจากเงียบงันอยู่นาน สีหน้าอัลเจอร์เริ่มกลับมาเป็นปรกติ แต่แววตากลับลุ่มลึกผิดธรรมชาติ…
ไคลน์ไม่เสียเวลาบนมิติสายหมอกนานนัก ทันทีที่เสียงกระซิบข้างหูเริ่มเบาลง มันเพ่งสมาธิเพื่อกลับสู่โลกปรกติโดยเร็วคล้ายกับการฉายหนังด้วยสปีดสิบเท่า ภาพการมองเห็นแล่นผ่านด้วยความเร็วสูง เพียงพริบตา จิตของมันดำสนิทไปชั่วขณะ ก่อนจะลืมตาตื่นอีกครั้งภายในห้องมืดสลัวภาพแรกที่เห็นคือเงาลางของโต๊ะและชั้นหนังสือ ไกลออกไปเป็นผ้าม่านที่บดบังหน้าต่างมิดชิดไคลน์รีบสลายกำแพงวิญญาณแต่ทันใดนั้น สายลมที่มองไม่เห็นไหลกองรวมกันและพัดใส่ประตูห้องนอนจนเปิดออก ก่อนที่พวกมันจะสลายไปเมื่อถูกถ่ายเทบนทางเดินชั้นสองโชคดีที่เบ็นสันและเมลิสซ่าไม่สะดุ้งตื่นดูเหมือนพิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะ