ษาฌานไว้และไม่แยแสต่อเสียงลึกลับเมื่อเวลาผ่านไป เสียงกระซิบเบาลงทุกขณะ คล้ายคลึงกับคลื่นซาที่ซัดผ่าน ร่างกายกำลังเบาหวิว จิตเริ่มมองเห็นล่องลอยมิติสายหมอกไร้สิ้นสุดปรากฏเบื้องหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง สิ่งแรกที่เห็นคือสองดาวแดงซึ่งห่างออกไปในระยะไม่เท่ากัน ราวกับมีนัยน์ตาสีแดงคู่หนึ่งกำลังจ้องมองฉากรอบตัวยังคงเหมือนเดิม พระราชวังหรูหราอลังการขนาดมหึมาราวกับให้ยักษาอาศัย สภาพเก่าแก่ประหนึ่งมีอายุนับล้านปี
เพียงแค่คิด ร่างจิตไคลน์ก็หายไป และโผล่อีกครั้งบนตำแหน่งหัวโต๊ะจากเก้าอี้พนักสูงที่วางเรียงรายจำนวนยี่สิบสองตัว“ผลของพิธีกรรมเหมือนเดิมทุกครั้ง…”ไคลน์พึมพำพลางใช้นิ้วแตะหว่างคิ้วสองหนเพื่อเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณ ขณะเดียวกันก็จินตนาการให้หมอกรอบกายหนาและเข้มข้นขึ้นจากคำอธิบายของแฮงแมน หากจัสติสกลายเป็น‘ผู้ชม’เต็มตัว สายตาของเธอจะเฉียบแหลมมากกว่ามนุษย์ปรกติหลายเท่า การไม่ประมาทไว้ก่อนคงดีกว่าไม่มีเวลามากพอให้เดินสำรวจรอบ ไคลน์รีบเปิดการเชื่อมต่อระหว่างดาวแดงสองดวงที่คุ้นเคยทันที่…เหนือคลื่นสมุทรสุดบ้าคลั่งของทะเลโซเนียร์ เรือไม้ลำโบราณกำลังแล่นผ่านไปอย่างไม่โคลงเคลงด้วยความช่วยเหลือจากสายลม
อัลเจอร์·วิลสันยืนยันให้แน่ใจว่าเรือวิญญาณลำนี้อยู่ในสถานะปลอดภัยสูงสุด ก่อนจะขังตัวเองมิดชิดภายในห้องกัปตันมันเปิดนาฬิกาพกเพื่อยืนยันเวลาขณะทิ้งตัวลงนอนข้างเครื่องวัดระยะทางที่ทำจากทองเหลือง ทุกการขยับข