ีราวกับไม่ได้ยินคำถามจากเด็กน้อยทำทีเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบที่ไม่มีใครได้ยินทันใดนั้น มันทรุดคุกเข่าลงกับพื้นดาดฟั้าเรือ ผิวหนังบางส่วนถูกแสงแดดส่องกระทบ เผยให้เห็นวัตถุประหลาดสีครามปนดำที่ปกคลุมผิวหนังหลายจุดมือทั้งสองกุมขยำเส้นผมและหนังศีรษะรุนแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวเจ็บแปลบ ปากเปล่งเสียงตะโกนแหบพร่า“พวกมันโกหก!”…หลังเสร็จมื้อเที่ยง ลุงนีลล์ให้สัญญาว่า หากมีโอกาสได้ไปคราวหน้า ตนจะพาไคลน์ไปยังตลาดมืดค้าของวิเศษด้วยกัน
ชายหนุ่มมุ่งหน้ากลับบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬท่าทีไม่เร่งร้อน มันกำลังชั่งน้ำหนักว่าควรทำสิ่งใดดี ระหว่างนั่งอ่านเอกสารโบราณและทบทวนวิชาเร้นลับ หรือรีบออกไปสวมบทบาทเป็นนักทำนายที่สโมสรพยากรณ์ ก่อนที่ดันน์·สมิทจะพบตัวเข้าและขัดขวางไม่ให้กระทำทว่า ก่อนตัดสินใจได้เด็ดขาด ดันน์·สมิทเดินเข้ามาในสำนักงานพอดิบพอดี มันสวมเสื้อกันลมสีดำตัวเก่งและหมวกทรงกึ่งสูงเหมือนทุกครั้ง“หัวหน้า มีความคืบหน้าบ้างไหม?”ไคลน์ไต่ถามถึงความเป็นไปของสมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัส สีหน้าเจือความกังวลหลายส่วนปราศจากท่าทีอิดโรยบนสีหน้าของดันน์ มันชำเลืองนัยน์ตาเทามองไคลน์ก่อนจะตอบ“พวกเรายืนยันได้ว่า สมุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัสอยู่ในมือรีเอล·บีเบอร์อย่างแน่นอน เพียงแต่เบาะแสทั้งหมดกลับขาดหายไปกลางคันอย่างน่าฉงน ผมได้แจ้งเหยี่ยวราตรีทุกสาขา
ผ่านโทรเลขไปแล้ว พวกเขาถูกมอบหมายภารกิจให้ตรวจตราท่าเรือและสถานีรถ