นไป ในบางครั้งพวกเราก็ต้องแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เดินผ่านไปเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่ตัวเองต้องการ”“และเป็นเพราะแต่ละโบสถ์คอยจับตามองซึ่งกันและกันตลอดเวลา ทุกโบสถ์จึงไม่กล้าเคลื่อนไหวกวาดล้างอย่างผลีผลามสินะครับ”ไคลน์คาดเดาลุงนีลล์พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเห็นด้วย แต่มันมิได้อธิบายเสริม
“ผมเป็นนักทำนาย ในอนาคตคงต้องฝึกฝนศาสตร์พิธีกรรมบ่อยครั้ง คงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องซื้อวัตถุดิบด้วยเงินส่วนตัวคุณช่วยพาผมไปดูตลาดมืดที่ว่านั่นสักครั้งได้ไหมครับ?”ไคลน์ขอร้องสมเหตุสมผลลุงนีลล์เริ่มแสดงท่าทีลังเล“อันที่จริง กลุ่มลูกค้าหลักของตลาดมืดไม่ใช่พวกผู้วิเศษสักเท่าไร ส่วนมากเป็นขุนนางระดับสูงหรือไม่ก็พวกเศรษฐีที่หลงใหลศาสตร์เร้นลับ…”“ฉันมีหนี้สามสิบปอนด์ที่ต้องรีบจ่ายคืนโดยเร็ว คงยังแวะไปที่ตลาดมืดไม่ได้จนกว่าจะชำระหนี้เรียบร้อย”“เข้าใจแล้วครับ…”ไคลน์คาดไม่ถึงว่า ผู้วิเศษรายได้สูงอย่างลุงนีลล์จะมีหนี้สินติดตัวถัดมาครู่หนึ่ง ชายหนุ่มกล่าวหลังจากไตร่ตรองสักพัก
“มิสเตอร์นีลล์ ผมให้ยืมเงินก่อนไหม? เพิ่งได้รับส่วนแบ่งมาสิบปอนด์พอดี”“ฮะฮะ! ของแบบนั้นไม่จำเป็น ฉันจัดการปัญหาของตัวเองได้”ลุงนีลล์พยุงตัวขึ้นจากโซฟาอย่างไม่รีบร้อน“เฮ่อ… สังขารคือปัจจัยเดียวที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเอาชนะ ร่างกายฉันเริ่มอ่อนเพลียหลังจากเข้าเวรตลอดทั้งคืน… เจ้าอย่าลืมทบทวนบทเรียนที่สอนไปด้วย อ่านเอกสารโบราณที่เตรียมไว้ให้ แล้วพรุ่งนี้