ูบ้านสวนเข้ามาพร้อมกับกระเปั๋าสะพายบรรจุเครื่องเขียนนอกเหนือจากกระเปั๋า เธอยังถือถุงพะรุงพะรังซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารในคืนนี้“…ฉันคิดว่านายกับเบ็นสันน่าจะกลับดึก ก่อนออกจากบ้านเลยหยิบเงินจากที่ซ่อนจำนวนหนึ่งซูลเพื่อซื้อของ”เมื่อเห็นพี่ชายแสดงสีหน้าฉงน เมลิสซ่าจึงอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง“ถ้าหยิบเงินไปแล้ว ทำไมเธอถึงไม่นั่งรถม้าไปโรงเรียน?”ไคลน์ย้อนนึกถึงสิ่งที่มันครุ่นคิดเมื่อช่วงเช้า
เมลิสซ่าขมวดคิ้วตอบ“ทำไมฉันต้องนั่ง? ค่าโดยสารรถม้าไปโรงเรียนจะอยู่ที่สี่เพนนี่ ไปกลับเท่ากับแปดเพนนี หากรวมเบ็นสันกับนาย ค่าเดินทางครอบครัวเราจะตกที่วันละยี่สิบสี่เพนนี นั่นเท่ากับสองซูลเลยนะ! เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายภายในหนึ่งสัปดาห์โดยตัดวันอาทิตย์ออกไป ค่าเดินทางจะอยู่ที่สิบสองซูลต่อสัปดาห์เทียบเท่าได้กับค่าเช่าบ้าน”หยุด หยุด หยุด! ไม่ต้องประกาศศักดาความเก่งคณิตศาสตร์ต่อหน้าพี่… ไคลน์รีบยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามเมลิสซ่าชะงักครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ“การเดินไปเรียนไม่ใช่เรื่องเสียหายสักหน่อย คุณครูบอกว่ามนุษย์ทุกคนควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แถมยังมีโอกาสเก็บเศษวัสดุได้ตามทางเดิน”ไคลน์แสยะยิ้ม“งั้นฉันจะคำนวณให้ฟัง ค่าเดินทางรายสัปดาห์ตกที่สิบสองซูล ค่าเช่าบ้านอีกสิบสองซูลสามเพนนี รวมเป็นหนึ่งปอนด์
สี่ซูล กับอีกสามเพนนี… ลำพังค่าแรงเบ็นสันก็มากพอจะจ่ายตรงนี้ได้หมด แถมยังเหลือเศษนิดหน่