มืดแต่ก็ไม่พบสิ่งใดเช่นกัน ไม่ว่าจะเบาะแสของสมุดบันทึกหรือภูตผี“ถ้าพบได้ง่ายขนาดนั้น มนุษย์ทั่วไปคงเจอผีเป็นว่าเล่นแล้ว…”มันถอนหายใจยาว ไคลน์ทราบดีว่า ‘วิญญาณ’ ไม่ได้ปรากฏตัวในรูป ‘ภูตผี’ หากแต่เป็นรูปเฉพาะของวิญญาณซึ่งมีเพียง ‘ผู้สื่อวิญญาณ’ เท่านั้นที่สามารถติดต่อสื่อสาร
หลังจากวนรอบชั้นสามหนึ่งครั้งและไม่พบสิ่งใด ไคลน์เดินลงจากหอพักพร้อมกับรีบจ้ำเท้าไปยังบ้านเวิร์ชตลอดทางกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม มันไม่พบเบาะแสใดแม้แต่อย่างเดียวเมื่อหยุดยืนหน้าบ้านเดี่ยวที่มีสวนหรูหรา ไคลน์มองลอดผ่านช่องรั้วเหล็กที่ถูกล็อกแน่นหน้าเข้าไป“เราไม่ต้องสำรวจในบ้านใช่ไหม? หัวหน้ากับมาดามดาลี่ย์คงจัดการเรียบร้อยแล้ว…”“และเราก็ไม่มีกุญแจ หัวหน้าคงไม่ได้ต้องการให้เราปีนบ้านเข้าไปแน่”“ไว้ค่อยลองเส้นทางอื่นพรุ่งนี้…”“วันนี้เดินเยอะเป็นพิเศษ น่าเสียดายที่ยุคปัจจุบันไม่มีอุปกรณ์ช่วยนับก้าวเพื่อนำไปอวดเพื่อนร่วมงาน…”ขณะรำพันติดตลก ไคลน์เดินไปยังสถานีรถม้าเพื่อเตรียมต่อรถไปถนนซุตแลน ถนนที่ตั้งสำนักบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ
มันต้องการเบิกกระสุนซ้อมยิงรายวันจำนวนสามสิบนัดหากหวังเป็นนักแม่นปืนฝีมือฉกาจ การฝึกซ้อมสม่ำเสมอทุกวันคือสิ่งที่มิอาจเลี่ยงในฐานะนักทำนายที่อ่อนแอด้านพลังต่อสู้ อุปกรณ์ช่วยปกปั้องชีวิตจึงเหลือเพียงไม้ค้ำและลูกโม่ถนนรอบเขตบ้านเวิร์ชนั้นสะอาดสะอ้านเหนือคำบรรยายปราศจากขยะหรือน้ำขังบนถนนโดยสิ้นเช