ไคลน์พยายามเก็บงำอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าใคร่รู้“นักทำนายมีพลังแบบไหนกันครับ?”“ถามผิดนะ คุณต้องถามว่า-โอสถนักทำนายมอบพลังแบบไหนให้ผู้ดื่ม”ดันน์ส่ายศีรษะพลางอมยิ้ม มันเบือนสายตาจากจันทร์แดงกลับมามองไคลน์เงาดำยามค่ำคืนสาดทอดทับร่างดันน์จนกลืนหายเข้าไปความมืด“นักทำนายเชี่ยวชาญเกี่ยวกับศาสตร์หลายแขนง ทั้งดาราศาสตร์ การพยากรณ์ ลูกตุ้มวิญญาณ และการดูดวงลูกแก้ว”“แน่นอน คุณจะไม่ได้ครอบครองความรู้ทั้งหมดทันทีที่ดื่มโอสถ พลังจากโอสถเพียงแค่ช่วยให้คุณเรียนรู้ศาสตร์เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น”
“แต่ข้อเสียย่อมมี นักทำนายจะไม่มีทักษะด้านต่อสู้โดยสิ้นเชิง เอ่อ… ลองนึกถึงภาพของผู้ประกอบพิธีกรรมที่ต้องเตรียมตัวหลายขั้นตอน อารมณ์คงประมาณนั้น เป็นศาสตร์ที่อยู่ตรงข้ามกับการต่อสู้ แต่หากเป็นด้านปัญญาเวทมนตร์และพิธีกรรม นักทำนายจะมีศักยภาพสูงกว่าผู้ส่องความลับแบบลุงนีลล์”สอดคล้องกับสิ่งที่มันต้องการมากทีเดียว… แต่ข้อเสียด้านพลังต่อสู้ก็น่าหวั่นใจไม่น้อย หากต้องเผชิญหน้าศัตรูคงรับมือได้ยากกว่าผู้วิเศษเส้นทางอื่นยิ่งไปกว่านั้น ดันน์กำชับชัดเจนว่าโบสถ์เทพธิดารัตติกาลไม่มีโอสถลำดับถัดไปของเส้นทางนักทำนาย…และวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็อาจไม่มีเช่นกันวิหารศักดิ์สิทธิ์หมายถึงวิหารแห่งความสงบ ศูนย์บัญชาการสูงสุดของศาสนาเทพธิดารัตติกาล ถ้าแม้แต่ที่นั่นยังไม่มีสูตรโอสถ เหยี่ยวราตรีสาขาไหนไม่มีทั้งนั้น
หมายความว่า ไคลน์