้องเดินเข้าไปและปิดตามหลัง มันถอดหมวกออกเพื่อทักทายดันน์·สมิท“สวัสดีครับหัวหน้า”“สวัสดี มีอะไรให้ผมช่วยอย่างนั้นหรือ?”เสื้อกันลมและหมวกสีดำตัวเก่งถูกแขวนไว้บนราวใกล้กับโต๊ะทำงาน ดันน์กำลังสวมเชิ้ตขาวและกั๊กดำ ถึงศีรษะค่อนข้างเถิกล้าน แต่นัยน์ตาสีเทาหม่นคู่นั้นยังคงสุขุมเช่นเคยสีหน้าของดันน์ดูดีกว่าเมื่อวานเล็กน้อย“มีใครบางคนสะกดรอยตามผม”
ไคลน์เล่าความจริงโดยไม่ปิดบังหรือแต่งเติมดันน์เอนหลังพิงเบาะพร้อมกับประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน นัยน์ตาจ้องมองเข้าไปในดวงตาไคลน์อย่างเพ่งพิศมันมิได้ไต่ถามรายละเอียดของผู้สะกดรอย แต่เลือกเบี่ยงไปถามประเด็นอื่น“คุณมาทางวิหารพระแม่ใช่ไหม?”“ครับ”ไคลน์ตอบสัตย์จริงดันน์ผงกศีรษะหงึก มันไม่ได้ระบุว่าการกระทำของไคลน์เป็นเรื่องดีหรือแย่ บทสนทนาเปลี่ยนกลับมาเป็นหัวข้อหลัก“อาจเป็นเพราะบิดาของเวิร์ชยังไม่ปักใจเชื่อในสาเหตุการตายของบุตรชาย จึงทำการจ้างนักสืบเอกชนจากเมืองวายุมาแกะรอย”เมืองคอนสแตนแห่งแคว้นเลียบทะเลมีอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองวายุ เป็นดินแดนที่อุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็กพัฒนาไปไกลถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสามเมืองใหญ่ของอาณาจักรโลเอ็น
ไม่ปล่อยให้ไคลน์แสดงความเห็น ดันน์อธิบายต่อ“หรืออาจเป็นกลุ่มที่เกี่ยวพันกับสมุดบันทึกนั่นก็ได้…เมื่อไม่นานมานี้ เราเริ่มทำการสืบสวนต่อยอดว่าเวิร์ชได้รับสมุดเล่มดังกล่าวมาจากใคร เรื่องนี้อาจเชื่อมโยงกับองค์กรลับบางกลุ่ม และถ้าเป็น