เช่นนั้นจริง พวกมันคงกำลังตามหาสมุดบันทึกตระกูลอันทีโกสนัสอยู่เช่นกัน”“แล้วผมควรทำอย่างไรดี?”ไคลน์ถามเสียงกังวลพลางขมวดคิ้ว มันได้แต่ภาวนาให้เรื่องราวเป็นแบบแรกดันน์ไม่ตอบในทันที่ มันยกถ้วยกาแฟซดอึกใหญ่ เมื่อวางลงนัยน์ตาสีเทาเงยขึ้นมาจ้องมองไคลน์อย่างไม่สั่นคลอน“กลับไปทางเดิมที่คุณมา จากนั้นก็ทำตัวตามปรกติ…จะทำอะไรก็ได้”“ทำอะไรก็ได้?”ไคลน์ถามย้ำ“ใช่แล้ว… ทำอะไรก็ได้”
ดันน์ผงกศีรษะหนักแน่น“แต่ต้องไม่ผิดกฎหมายหรือทำให้อีกฝั่ายตื่นตัว”“ได้ครับ”ไคลน์สูดลมหายใจเต็มปอดก่อนจะอำลาดันน์และเดินออกจากห้อง เพียงไม่นาน วิวทิวทัศน์สองข้างทางกลายเป็นใต้ดินที่มืดมิดที่มีแสงไฟสลัวจากโคมตะเกียงอีกครั้งพอมาถึงสี่แยก ไคลน์เลี้ยวซ้ายเพื่อกลับเข้าวิหารพระแม่เซเลน่า ทางเดินยาวที่ค่อนข้างมืดและเงียบงัน เป็นบรรยากาศที่สามารถสั่นคลอนจิตใจมนุษย์ได้ไม่น้อยเสียงฝีเท้าชายหนุ่มดังก้องทางเดินคับแคบเมื่อมาถึงบันไดหินขาขึ้น ไคลน์ก้าวไปทีละขั้นจนถึงด้านบนมันได้พบกับเงาลางของบุคคลหนึ่งกำลังยืนนิ่งท่ามกลางแสงไฟสลัวนักบวชวัยกลางคนชุดคลุมดำไม่มีใครกล่าวสิ่งใดต่อกัน นักบวชทำเพียงหันหลังกลับและเปิดประตูทางลับให้
ไคลน์ปรากฏตัวที่ห้องสวดภาวนาอีกครั้ง วงกลมขนาดกำปันเหนือแท่นบูชาทรงโค้งยังคงปล่อยให้แสงลอดผ่านท่ามกลางห้องมืดสลัว ชายหญิงหลายคนยังคงยืนต่อคิวเข้าห้องสารภาพบาปอย่างเป็นระเบียบ แต่ปริมาณลดลงจากตอนแรกมากหลังจากยืนไต