ันน์·สมิทโดยเร็ว”
ราวกับภาวะอารมณ์ถูกความมืดมิดภายในห้องแคบเข้าครอบงำ เสียงของไคลน์นุ่มนวลกว่าปรกติแม้กำลังตื่นเต้นบิชอปนำตราตำรวจไปตรวจสอบด้วยความเงียบงันหลายวินาที่ ก่อนจะเปล่งเสียงกล่าว“หันหน้าเข้าหาห้องสารภาพบาปและหมุนตัวไปทางขวาเดินตรงไปจนสุดแล้วจะพบกับประตูลับ เข้าไปในประตู บุคคลที่รออยู่ด้านในจะนำทางจนถึงที่หมายเอง”เมื่อกล่าวจบ บิชอปทำการดึงเชือกภายในห้องเพื่อส่งสัญญาณบอกนักบวชบางคนให้เตรียมความพร้อมหลังจากได้ยินเสียงระฆังไคลน์รับตราตำรวจกลับมาพร้อมกับถอดหมวกเลื่อนไว้บริเวณอก มันก้มคำนับอย่างนอบน้อมก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องสารภาพบาปเมื่อมั่นใจว่าปราศจากความรู้สึกถูกจับตามอง ไคลน์สวมหมวกกลับที่เก่า มันหันหน้าเข้าหาห้องสารภาพบาปครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวไปทางขวาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เดินตรงไปเรื่อยๆจนใกล้กับแท่นบูชาทรงโค้ง
ประตูลับอยู่ไม่ห่างจากแท่นมากนัก มันเปิดออกอย่างเงียบงันและรีบแทรกตัวเข้าไปในช่องว่างโดยระวังไม่ให้ใครเห็นเมื่อประตูปิดลงไร้เสียง ไคลน์ได้พบกับนักบวชวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำ ภายในห้องมีแสงสว่างเล็กน้อยจากโคมไฟแก๊ส“ให้ช่วยอะไร?”นักบวชถามสั้นห้วนไคลน์แสดงตราตำรวจพร้อมกับเล่าในสิ่งที่เคยอธิบายบิชอปเมื่อครู่นักบวชวัยกลางคนไม่กล่าวสิ่งใดต่อ มันหันหลังกลับและเดินนำทางอย่างเงียบงันไคลน์พยักหน้าก่อนจะขยับปีกหมวกให้เข้าที่เข้าทางจากนั้นก็รีบเดินตามนักบวชไปไม่ห่างโรแซนเคยกล่า