วามมืดมิด หูเงี่ยฟังเสียงเทศนาจากบิชอปด้านหน้า“ผู้ที่ขาดแคลนอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ผู้ที่ปราศจากสิ่งห่อหุ้มร่างกายในยามหนาวเหน็บ”“ผู้ที่ชุ่มฉ่ำเปียกปอนด้วยฝีมือของสายฝน ผู้ที่ต้องนอนแอบอิงหินก้อนใหญ่เพราะปราศจากที่อยู่อาศัย”“เด็กกำพร้าที่ถูกช่วงชิงตัวจากอ้อมอกมารดา พวกเขาทุกคนล้วนปราศจากความหวังในการดำรงชีวิต พวกเขาต้องเผชิญวิบากกรรมเพราะความยากจนที่ตนเลือกเกิดไม่ได้”“แต่รัตติกาลมิเคยทอดทิ้งคนเหล่านี้ ในทางกลับกันรัตติกาลจะโอบอุ้มพวกเขาด้วยความรักความอาทร”…บทสวดเทศนาดังกังวานในหัวไคลน์ ภาพการของเห็นของมันยังดำมืดขณะหลับตา แต่จิตใจกลับผ่อนคลายและถูกชำระล้างอย่างน่าประหลาด
ไคลน์อดทนอย่างใจเย็นจนกระทั่งบิชอปเทศนาจบและดำเนินขั้นตอนสุดท้ายของพิธีหลังจากนั้น บิชอปเปิดประตูห้องสารภาพบาปที่อยู่ไม่ห่างนักและเข้าไปนั่งด้านใน ชายหญิงภายในห้องสวดทุกคนพลันลุกขึ้นยืนและต่อแถวเพื่อรอเข้าห้องสารภาพบาปไคลน์ลืมตา มันสวมหมวกกลับคืนและลุกขึ้นต่อแถวโดยแทรกตัวปะปนกับคนอื่นใช้เวลาราวยี่สิบนาทีกว่าจะถึงคิวเมื่อเดินเข้าไปในห้องสารภาพบาป ไคลน์หันกลับไปปิดประตูที่อยู่ด้านหลัง ภาพการมองเห็นพลันมืดสนิท“บุตรต้องการกล่าวสิ่งใดอย่างนั้นหรือ?”เสียงบิชอปดังจากอีกฟากฝังของผนังกั้นที่ทำจากไม้ไคลน์นำตราตำรวจ ‘หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เจ็ด’ออกมาจากกระเปั๋า มันรีบยื่นผ่านทางช่องว่าง“มีใครบางคนกำลังสะกดรอยตาม ผมต้องการพบด