ง และยิ่งสภาพแวดล้อมมืดมิดมากเพียงใด ผู้ไร้หลับจะยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น…”“ความทรงพลังในที่นี้หมายถึงภาพรวมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง สมรรถนะทางร่างกาย สัมผัสวิญญาณ รวมถึงความเข้มแข็งของจิตใจ”“ทว่า ถึงจะมองเห็นศัตรูที่เป็นวิญญาณชั่วร้ายหรือศัตรูที่ใช้พลังนอกรีต แต่ผู้ไร้หลับยังคงพึ่งพาอาวุธปืนและกระสุนปราบมารในการต่อสู้อยู่ดี.แถมยังต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือบาง
ชนิดหากศัตรูเป็นสัตว์ประหลาดที่เอาชนะไม่ได้ด้วยวิธีการปรกติ… คุณพ่อของฉันเคยเป็นผู้ไร้หลับมาก่อน”โดยไม่รอไคลน์ไต่ถาม โรแซนเล่าต่อ“ลำดับแปดคือของเส้นทางผู้ไร้หลับคือ ‘นักกวีเที่ยงคืน’ ส่วนลำดับเจ็ดคือ ‘ฝันร้าย’”ฝันร้าย? ไคลน์หวนนึกถึงดันน์·สมิทในค่ำคืนที่มันถูกแทรกแซงความฝัน ชายหนุ่มเอ่ยปากถามทันที่“หัวหน้าใช่ไหม?”“หือ? คุณทราบด้วยหรือ?”โรแซนทำปากเหวอจนเกือบเป็นทรง ‘0’“หัวหน้าเคยเข้าฝันผมครั้งหนึ่ง…”ไคลน์กวาดสายตามองรอบห้องก่อนจะลดเสียงให้ค่อยลง“งี้นี่เอง…”โรแซนพยักหน้าพร้อมกับขานตอบด้วยเสียงกระซิบเธอหันไปยกถ้วยกาแฟจิบหนึ่งอึกก่อนจะหันกลับมาเล่าต่อ
“ในวิหารเทพธิดารัตติกาลเมืองทิงเก็นของเรา ผู้วิเศษลำดับเจ็ดจะมีเพียงสองคนเท่านั้น และหัวหน้าคือหนึ่งในสองคนนั้น! ต่อให้หัวหน้าถูกย้ายไปประจำการที่วิหารใหญ่กว่านี้หรือแม้กระทั่งเมืองมุขมณฑลของบิชอป แต่เขาก็ยังเป็นบุคคลระดับสูงอยู่ดี อาวุโสของโบสถ์บางคนยังเอาชนะหัวหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!”“ห