็ดอันบานประตูมอบความรู้สึกหนักแน่น เย็นยะเยียบ และปลอดภัย ให้แก่ผู้พบเห็น ประหนึ่งยักษาคอยปกปั้องภัยอันตรายจากความมืดมิด“ประตูยานิส”
โรแซนอธิบาย จากนั้น เธอชี้นิ้วไปยังห้องด้านข้างที่ติดกับบานประตูเหล็ก“หัวหน้าอยู่ข้างใน เข้าไปหาเองนะ”“ไม่มีปัญหา ขอบคุณมาก”ไคลน์ตอบนอบน้อมห้องที่โรแซนหมายถึง ตั้งเยื้องกับประตูยานิสเล็กน้อยหน้าต่างไม่ถูกปิดม่าน เผยให้เห็นแสงมัวจากภายในไคลน์สูดลมหายใจเข้าลึก มันพยายามสงบสติอารมณ์ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เข้ามาได้”เป็นเสียงอบอบอุ่นใจดีของดันน์·สมิทประตูไม่ได้ล็อก ไคลน์เปิดอย่างทะนุถนอม ภายในห้องมีโต๊ะเพียงหนึ่งตัว เก้าอี้สี่ตัว
ดันน์·สมิทที่หน้าผากเริ่มเถิกล้าน มันนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทีผ่อนคลาย เครื่องแต่งกายยังคงเหมือนกับคืนก่อน โค้ตสีดำสนิท บริเวณลำคอห้อยนาฬิกาที่โซ่เป็นสีทอง“มานั่งสิ ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม? ที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา”ดันน์อมยิ้ม มันวางหนังสือพิมพ์ลงไคลน์ถอดหมวกเลื่อนมาไว้ที่อก ก่อนจะโค้งนำคำนับอย่างสุภาพ จากนั้น มันเดินมานั่งบนเก้าอี้ข้างโต๊ะ“ครับ… ผมตัดสินใจดีแล้ว”“ถ้างั้นก็อ่านเอกสารก่อน… สมัยนี้คงต้องเรียกว่า‘สัญญา’ สินะ”ดันน์ก้มตัวลง มันดึงลิ้นชักออก หยิบเอกสารสัญญาออกมาสองฉบับข้อกำหนดในสัญญามีไม่มาก ดันน์·สมิทเคยเล่าให้ฟังเกือบหมดแล้ว ส่วนสำคัญคือข้อห้ามด้านความลับ หากฝั่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีโดยศาลพิเศษของโบสถ์เทพธิดารั