นึ่งนั่งจ้องผืนฟั้าอันงดงามยามค่ำคืน“ส่วนของเหลวในขวดนี้มีชื่อว่า ‘เนตรแห่งวิญญาณ’สกัดจากเปลือกและใบของต้นมังกรกับต้นวิลโลว์ นำไปตากแดดเจ็ดวันเจ็ดคืน และกลั่นเข้มข้นอีกสามรอบ จากนั้นก็นำไปผสมกับไวน์กลั่นบริสุทธิ์ แน่นอน ระหว่างกระบวนการต้องท่องคาถาพิเศษ…”ขณะดาลี่ย์อธิบาย หยดของเหลวสีเหลืองอำพันได้ระเหยจากความร้อนเปลวเพลิงเทียนไข
เมื่อสูดกลิ่นหอมชนิดใหม่ซึ่งคล้ายคลึงกับไวน์เข้าไป ไคลน์เริ่มเห็นเปลวเพลิงเทียนไขวูบวาบอย่างผิดแผก บรรยากาศรอบพลันพร่ามัวและแยกออกเป็นสอง“มันคือตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้สื่อวิญญาณ แถมกลิ่นหอมดอกไม้ก็ยังถูกนำไปเสริม…”การอธิบายของดาลี่ย์ยังคงดำเนินต่อไปราวกับสวดคาถาขณะเดียวกัน ไคลน์เริ่มได้ยินเสียงเธอดังแว่วจากทุกทิศทางรอบตัวจากนั้นไม่นาน การของเห็นของไคลน์พลันหมุนเคว้งและเลือนราง ร่างกายเบาหวิวราวกับถูกหมอกหนาทึบห่อหุ้มหลายชั้นกระทั่งจิตก็เริ่มไม่ปรกติ ไคลน์ไม่รู้สึกถึงร่างกายตัวเองอีกต่อไป ทุกสิ่งลอยละล่องและจับต้องไม่ได้หลากสีสันผสมกลมกลืนคล้ายกับภาพวาดงานศิลปยุคใหม่ที่เข้าถึงได้ยากสีแดงยิ่งแดงสด
สีน้ำเงินยิ่งน้ำเงินเข้มสีดำยิ่งดำสนิทเกิดภาพหลอนคล้ายคลึงกับผลจากสารเสพติดบางชนิดทุกสิ่งเริ่มพร่ามัว เสียงโหยหวนรอบตัวทวีความดังขึ้นทุกขณะ ราวกับมีผู้คนหลายร้อยกำลังประชุมโต้เถียงที่ข้างหู‘ทำไมถึงได้เหมือนกับตอนทำพิธีเปลี่ยนดวงชะตา? ขาดแค่อาการปวดหัวสุดบัดซบ…’ไคลน์เ