ริ่มได้สติกลับมา มันเพ่งพิจารณาทุกสิ่งตรงหน้าพร้อมกับใช้ความคิดปัจจุบัน การมองเห็นไคลน์จดจ่ออยู่กับนัยน์ตาสีเขียวมรกตของดาลี่ย์บนโซฟาที่พร่ามัวฝังตรงข้าม สตรีสวมผ้าคลุมดำกำลังมองกลับมายังกึ่งกลางศีรษะของไคลน์ เธออมยิ้มก่อนจะกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ฉันคือผู้สื่อวิญญาณดาลี่ย์”
ทำไมเรายัง… มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน…เหตุการณ์และความรู้สึกคล้ายคลึงเมื่อครั้งทำพิธีเปลี่ยนแปลงดวงชะตามากหลังจากครุ่นคิดพักหนึ่ง ไคลน์แสร้งทำตัวเหมือนกับคนถูกสะกดจิต“ยินดีที่ได้รู้จัก…”“ห้วงมิติจิตของมนุษย์นั้นแสนกว้างใหญ่ มีความลับมากมายหลับใหลซุกซ่อน… เฉกเช่นมหาสมุทร มนุษย์เรามีภูมิความรู้ด้านท้องทะเลเพียงน้อยนิด สิ่งที่ตามนุษย์เห็นมีแค่เกาะเหนือผิวน้ำรวมถึงคลื่นทะเลบนพื้นผิว แต่อีกหลายส่วนที่มองไม่เห็นนั้นอยู่ลึกลงไปในใต้ทะเลไร้ก้นบึ้ง… ท้องทะเลเปรียบได้กับห้วงมิติจิตของมนุษย์ เพราะนอกจากเกาะแล้ว ยังมีส่วนใต้ทะเลรวมถึงท้องฟั้าอันกว้างใหญ่ให้ความลับเข้าไปซุกซ่อน คุณคือเจ้าของห้วงมิติจิตแห่งนี้ นอกจากเกาะซึ่งเป็นพื้นผิว คุณยังทราบถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในท้องทะเลลึกของตัวเอง… ทุกสิ่งที่เคยมีตัวตนอยู่ หากถูกลบเลือนหายไปอย่างกะทันหัน มันจะทิ้ง
ร่องรอยไว้เสมอ… หมู่เกาะบนผิวทะเลอาจถูกลบเลือนหายไปก็จริง แต่หลักฐานการมีอยู่ของมันจะต้องหลงเหลือใต้ทะเลลึกแน่…”ดาลี่ย์พยายามสะกดจิตไคล