น์อย่างต่อเนื่องภายในห้วงมิติจิตของไคลน์ สายลมและเงาดำเริ่มก่อตัวเป็นดวงจิตเหนือมหาสมุทรอันว่างเปล่า-จิตของดาลี่ย์ เธอรอให้ไคลน์เปิดเผยความลับใต้มหาสมุทรออกมาแน่นอน ไคลน์ย่อมมองเห็นภาพรวมท้องทะเลจิต รวมถึงจิตของดาลี่ย์ที่แอบจับจากมองจากท้องฟั้าหลังจากครุ่นคิด ไคลน์ได้แสร้ง ‘กวน’ คลื่นทะเลเป็นระยะเพื่อทำทีกำลังค้นหาคำตอบให้หล่อนเวลาผ่านอีกไปพักใหญ่ ไคลน์ในโลกจริงเริ่มเปล่งเสียงแหบพร่าและเบาบาง“ผม… จำอะไรไม่ได้เลย… ลืม… หมดแล้ว…”สีหน้าไคลน์·โมเร็ตติกำลังเจ็บแปลบพอประมาณ
ดาลี่ย์ยังคงพยายามสะกดจิตนำพาไคลน์ให้เข้าถึงความลับอีกหลายครั้งแต่แน่นอน ไคลน์ที่สติครบถ้วนไม่มีทางเผยความลับสำคัญของตัวเอง…“พวกเราพอแค่นี้ก่อน คุณออกไปได้”“ออกไปได้”“ออกไปได้…”เสียงดาลี่ย์ดังกังวานในห้วงจิตไคลน์หลายครั้งก่อนสลายไปสายลมและเงาดำที่หมุนวนเหนือทะเลเริ่มสงบนิ่ง…กลิ่นหอมดอกไม้และไวน์โชยเตะจมูกไคลน์อย่างเด่นชัดอีกครั้งสีสันในการมองเห็นกลับเป็นปรกติ ภาพที่เคยพร่ามัวกลับมาคมชัด ร่างไคลน์สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะได้สมดุลตัวเองกลับมามันลืมตาที่ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน
สิ่งแรกที่ปรากฏในการมองเห็น เปลวเพลิงเทียนไขสีน้ำเงินเข้มสว่างวูบวาบ ดันน์·สมิทยังคงนั่งฝังตรงข้ามด้วยท่าทีผ่อนคลาย เฉกเช่นผู้สื่อวิญญาณดาลี่ย์ในชุดคลุมสีดำ“ทำไมคุณถึงเลือกใช้วิธีสุดพิสดารของ ‘สมาคมแปรจิต’?”ดันน์ขมวดคิ้วขณะถามดาลี่ย์เธอตอบกลับขณะเก็บขวด