หลังจากพักผ่อนได้ชั่วโมงครึ่ง โจวหมิงรุ่ยที่ตัดสินใจเรียกตัวเองว่าไคลน์ ร่างกายของมันเริ่มฟืนฟูกลับมาหลายส่วนไคลน์ชำเลืองมองไปยังหลังมือของตน บนผิวหนังปรากฏจุดดำขนาดไม่ใหญ่มากจำนวนสี่จุด เรียงตัวกันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กจุดดำซึมหายเข้าไปในผิวหนัง ไคลน์ทราบดีว่า มันไม่ได้หายไปถาวร เพียงแต่รอวันถูกปลุกขึ้นมาใหม่“สี่จุด… หมายถึงอาหารที่วางไว้สี่มุมห้อง? หมายความว่าครั้งหน้า เราอาจไม่ต้องเตรียมอาหารแล้ว เพียงท่องบทสวดพิธีกรรมและเดินก็ทวนเข็มนาฬิกาพอ…”ไคลน์ใช้ความคิดถ้าเป็นเช่นนั้นคงสะดวกสบายขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดยืนยันว่าจริง ความไม่รู้คือบ่อเกิดความหวาดกลัวเสมอ ทั้งที่เรื่องที่ เหตุใดพิธีกรรมจีนโบราณถึงมีผลในโลกใบนี้ เหตุใดตน
ถึงถูกส่งข้ามโลกในตอนที่นอนหลับสนิท เสียงโหยหวนขณะทำพิธีเปลี่ยนดวงชะตาคือสิ่งใด? รวมถึงมิติสายหมอกสีเทานั่นอีกไคลน์กำลังยืนสั่นกลัวแม้จะเป็นช่วงกลางฤดูร้อน“อารมณ์ที่เก่าแก่และรุนแรงที่สุดของมนุษย์คือความกลัวและความกลัวที่รุนแรงที่สุดคือการกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จัก”ไคลน์หวนนึกถึงคำคมที่เคยอ่านภายในใจกำลังรู้สึกประหลาด มันต้องการเรียนรู้สิ่งลี้ลับของโลกให้มากกว่านี้ เพราะไม่ว่าอย่างไร ตนก็ต้องไขปริศนาและหาทางกลับโลกใบเดิมให้ได้ไม่เพียงเท่านั้น ในใจยังรู้สึกขัดแย้งกันเองอย่างพิลึก เมื่อต้องแสร้งสวมรอยเป็นไคลน์ต่อไป และต้องทำเหมือนกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแสงแ