งันและไม่ปรากฏสัญญาณสิ่งมีชีวิต บรรยากาศประหลาดผิดแผกและเงียบงันประหนึ่งปั่าช้า
เมื่อเปิดประตูห้องกัปตันเข้าไป ด้านล่างมีพรมน้ำตาลอ่อนนุ่มวางต้อนรับ ด้านในสุดของห้องมีชั้นหนังสือและหิ้งเก็บไวน์ภาพของหนังสือปกเหลืองและของเหลวสีแดงคล้ำภายในขวด นับว่าแปลกตาเมื่อส่องสะท้อนกับแสงเทียนไขที่วูบวาบภายในห้องบนโต๊ะที่มีเชิงเทียนไขประดับ อุปกรณ์มากมายวางเรียงรายระเกะระกะ ประกอบไปด้วยขวดหมึก ปากกาขนนก กล้องส่องทางไกลโลหะ และเครื่องวัดระยะสำหรับเดินเรือหน้าโต๊ะตัวดังกล่าว ชายวัยกลางคนผิวขาวซีดกำลังนั่งบนเก้าอี้ในสภาพหันหลัง เหนือศีรษะของมันสวมหมวกกัปตันสีดำที่มีสัญลักษณ์กะโหลกสีขาวเมื่ออัลเจอร์เดินเข้าไปใกล้ ชายปริศนาได้แผดเสียงตะโกนด้วยน้ำเสียงหวาดผวา“คราวนี้ฉันไม่ยอมแพ้แน่!”“ขอให้ทำสำเร็จนะ”
อัลเจอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมราบเรียบประหนึ่งกำลังถามไถ่สภาพอากาศ“นี่แก…”ชายคนดังกล่าวผงะกับคำตอบที่ไม่คาดฝันทันใดนั้น เพียงพริบตาที่อัลเจอร์โน้มตัวลงด้านหน้าร่างกายของมันพลันพุ่งไปถึงสุดมุมห้องอีกฟากฝังในพริบตาราวกับระยะทางห่างแค่ฝั่ามือปึด!ทุกส่วนของแขนขวาอัลเจอร์เริ่มขยายขนาด ฝั่ามือบีบคว้าลำคอชายสวมหมวกกัปตันไว้แน่นถนัดหลังมือขวาปรากฏเกล็ดปลาสีเขียวขณะออกแรงบีบลำคอเหยื่อ อีกฝั่ายไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้หรือขัดขืนกร็อบ!เมื่อสิ้นเสียงกระดูกหัก ดวงตาของชายสวมหมวกกัปตันพลันเหลือกขึ้น ร่างกายถูกยกลอยจากพ