าลงไปแหวกว่ายในผืนทะเลอันเกรี้ยวกราดดุจดั่งขุมนรกเช่นนี้แน่“หากสภาพอากาศยังไม่ดีขึ้น ‘กัปตัน’ คงไม่มีทางรอด”อัลเจอร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วยขณะเดียวกัน รูโหว่บนกำแพงไม้เริ่มซ่อมแซมตัวเองด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่ออัลเจอร์จ้องกำแพงที่กำลังสมานตัวเองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยังตำแหน่งของหางเสือและใบเรือด้วยความเคยชินถึงจะมีกำแพงไม้ขวางกั้นอยู่หลายชั้นระหว่างห้องพักกัปตันและหางเสือ แต่อัลเจอร์กลับมองเห็นทุกสิ่งอย่างทะลุปรุโปร่งเรือลำนี้ไม่มีต้นเรือ ต้นหน หรือรองต้นหนคอยควบคุมแม้แต่คนเดียว…
ทว่า ท่ามกลางความว่างเปล่าไร้สัญญาณสิ่งมีชีวิต หางเสือและใบเรือกลับขยับได้เองอย่างน่าพิศวงเมื่อสงบจิตใจได้ อัลเจอร์จินตนาการถึง ‘เดอะฟูล’ ผู้ปรากฏกายท่ามกลางสายหมอกครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างอ่อนแรงมันหันหลังกลับไปมองคลื่นทะเลสุดเกรี้ยวกราดด้านนอกอีกครั้ง ก่อนจะรำพึงกับตัวเองด้วยน้ำเสียงหวาดผวาเจือคาดหวัง“ยุคสมัยใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ…”…อาณาจักรโลเอ็น กรุงเบ็คลันด์ ย่านจักรพรรดินีออเดรย์·ฮอลล์กำลังหยิกแก้มเพื่อพิสูจน์ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ใช่ฝันไปบนโต๊ะเครื่องแปั้งด้านหน้า กระจกทองแดงเก่าแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ออเดรย์ชำเลืองสายตามองหลังมือของตน-แสงสีกำลังแดงหมุนวนรอบตัวเองคล้ายกับดวงดาว ประหนึ่งรอยสักที่มีชีวิตก็มิปานเพียงไม่นาน สัญลักษณ์สีแดงเข้มได้ซึมหายเข้าไปในผิวหนังเมื่