หลมเสียดแทงโสตประสาท บ้างดังลอยฟุั้งประหนึ่งสุ้มเสียงในจินตนาการ บ้างดังเย้ายวนน่าหลงใหลบ้างดังกระเส่าอย่างคลั่งไคล้และบ้างดังกรรโชกอย่างบ้าคลั่งถึงจะไม่เข้าใจว่าเสียงแว่วที่ดังต่อเนื่องกำลังพูดในสิ่งใด แต่ด้วยความใคร่รู้ มันจึงพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเพื่อแปลความหมายทันใดนั้น ศีรษะพลันเจ็บแปลบประหนึ่งมีใครนำสว่านทะลวงเข้าที่ขมับ เป็นความทรมานราวกับหัวจะระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยภาพในสมองของโจวหมิงรุ่ยเริ่มผุดสีสันประหลาดคล้ายกับอาการหลอนยาเสพติดเมื่อสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีนัก มันตัดสินใจลืมตาขึ้นเพื่อยุติพิธีกรรม ทว่า กระทั่งอิริยาบถที่ง่ายที่สุดก็มิอาจกระทำสำเร็จร่างกายถูกบีบรัดแน่นขึ้นทุกขณะราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ทันใดนั้น มันตัดพ้ออย่างสมเพชตัวเอง“ไม่น่ารนหาที่ตาย…”ชายหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่ขณะหัวสมองจวนเจียนระเบิด บรรยากาศรอบข้างพลันสงบลงอย่างน่าประหลาด เสียงแว่วข้างหูมลายหายไปโดยสมบูรณ์ อารมณ์ของโจวหมิงรุ่ยเริ่มแปรปรวนจนไม่มั่นคงไม่เพียงอารมณ์ แม้แต่ร่างกายก็เริ่มโงนเงนไม่มั่นคงเช่นกันมันกลั้นหายใจและฝืนลืมตาขึ้นด้วยสมาธิทั้งหมด แต่คราวนี้กลับขยับตัวได้ง่ายดายกว่าที่คิดทัศนียภาพตรงหน้า รอบตัวชายหนุ่มเต็มไปด้วยกระแสหมอกควันสีเทา ทั้งคละคลุ้ง ฟุั้งกระจาย และไร้สิ้นสุด“เกิดอะไรขึ้น…”โจวหมิงรุ่ยรีบกวาดตามองรอบข้างอย่างลนลาน เมื่อก้มลงมองด้านล่าง มันพบว่าตัวเองกำลังลอยเคว้งท่